5 เคล็ดลับ เลี้ยงลูกอย่างมีประสิทธิภาพ ป้องกันการเกิดโรคเครียดในเด็ก อย่างเห็นผล

เลี้ยงลูกอย่างมีประสิทธิภาพ

วิธีป้องกันการเกิดโรคเครียดในเด็ก อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าภาวะเครียดนั้นสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย แต่ถ้าหากเกิดขึ้นกับเด็กจะเป็นอันตรายและส่งผลต่อพัฒนาการอย่างมาก คุณทราบหรือไม่ว่าปัจจัยที่สำคัญส่วนใหญ่นั้นอยู่ที่พฤติกรรมการเลี้ยงดูของพ่อแม่เป็นหลัก รวมไปถึงสภาพแวดล้อมที่เด็กต้องพบเจอเป็นประจำงั้นก็ส่งผลต่ออารมณ์และความรู้สึกอย่างมากเช่นเดียวกัน วันนี้เราจึงรวบรวมเคล็ดลับในการป้องกันการเกิดโรคเครียดในเด็กมาฝากกัน จะมีวิธีการเลี้ยงดูในรูปแบบใดบ้างนั้นไปติดตามกัน 1. ให้อิสระกับลูก เชื่อได้เลยว่าคุณพ่อคุณแม่ส่วนใหญ่นั้นจะทราบอยู่แล้วว่าการกดดันลูกมากจนเกินไปจะทำให้เขาเกิดภาวะเครียดได้ง่ายมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการกดดันในเรื่องเรียน ผู้ปกครองส่วนใหญ่มักมีความคาดหวังและกดดันลูกอย่างหนัก ด้วยการสรรหาชั่วโมงการเรียนพิเศษมาให้กับลูกอย่างหนาแน่น ทำให้ไม่มีเวลาได้เล่นสนุก อีกทั้งยังไม่ได้พัฒนาสมองทางด้านความคิดสร้างสรรค์ ไม่มีอิสระทางความคิด ต้องอยู่ในกรอบตลอดเวลา  จนทำให้เด็กเกิดความเครียดในที่สุด 2. การรับฟังลูก ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยป้องกันการเกิดโรคเครียดในเด็กได้เป็นอย่างดี นอกจากจะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับลูกแล้ว ยังช่วยให้เขารู้สึกอบอุ่น กล้าคิด กล้าตัดสินใจได้มากยิ่งขึ้น เมื่อลูกมีปัญหาอะไร เขาจะเชื่อใจ และยอมเล่าให้คุณฟังเป็นอันดับแรก ดังนั้นการรับฟังความคิดเห็นของลูกจะช่วยส่งเสริมพัฒนาการของเขาให้ดีขึ้นได้อีกด้วย 3. ใช้เวลากับลูกให้มากยิ่งขึ้น ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าพ่อแม่ในยุคปัจจุบันนั้นมักให้ความสำคัญกับงานมาเป็นอันดับ 1 จนอาจเผลอลืมให้เวลากับลูกเท่าที่ควร ทำให้ลูกขาดที่ปรึกษา ไม่มีเพื่อนเล่นด้วย ไม่มีผู้ชี้แนะแนวทาง และส่งเสริมกิจกรรมที่พัฒนาศักยภาพได้เท่าที่ควร การให้เวลากับลูก จะช่วยเติมเต็มส่วนที่ขาดหายได้มากยิ่งขึ้น ลูกจะอบอุ่น และมีสภาพจิตใจที่ดีขึ้นลดการเกิดภาวะเครียดในเด็กลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ 4. สอนให้ลูกเข้าใจความรู้สึกของตัวเอง การยอมรับและเข้าใจความรู้สึกของตนเองจะสามารถสอนลูกให้คุมอารมณ์ได้ และการแสดงออกได้เป็นอย่างดี จะทำให้เขามีความยืดหยุ่นกับตัวเองมากยิ่งขึ้น รู้จักปรับตัว  ยอมรับและเข้าใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อเกิดปัญหาใดจะทำให้เขาสามารถตั้งรับได้ดี และลดโอกาสที่จะเกิดโรคเครียดในเด็กอย่างมีประสิทธิภาพนั่นเอง 5. สนับสนุนให้ลูกมีแรงจูงใจ การมีไอดอลหรือมีเป้าหมายของตัวเอง จะช่วยสร้างพลังจากภายในของลูกได้มากยิ่งขึ้น […]

5 อันดับ นมแพะ แคลเซียมสูง อร่อยดีมีประโยชน์ 

นมแพะ

นมแพะ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่แพ้โปรตีนในนมวัว จึงทำให้ในปัจจุบันนี้มีผู้หันมาดื่มนมแพะกันเป็นจำนวนมากเพราะมีคุณประโยชน์เทียบเท่ากับนมวัวเลยทีเดียว แต่มีข้อเสียตรงที่ว่านมแพะจะมีกลิ่นคาวมากกว่านมวัว ดังนั้น ก่อนที่จะเลือกซื้อผลิตภัณฑ์นมแพะมารับประทานให้คุณพิจารณาจากสูตรที่ปรับรสชาติให้ดื่มง่าย โดยส่วนใหญ่ในปัจจุบันมีให้เลือกหลากหลายรสชาติไม่ว่าจะเป็น รสน้ำผึ้ง รสกาแฟ รสขิง เป็นต้น ซึ่งคุณไม่ต้องเป็นกังวลใจไปวันนี้เราได้รวบรวมนมแพะยอดนิยมที่คนส่วนใหญ่เลือกรับประทาน มีรสชาติดี ทานง่าย อร่อยด้วย มาฝากกันจะมียี่ห้อไหนบ้างนั้นไปติดตามกันเลย 1. นมแพะ UHT ตรา ศิริชัย เป็นนมแพะรสธรรมชาติที่ถูกผลิตขึ้นมาให้มีรสชาติอร่อย ไม่หวานมากสามารถดื่มง่าย ไม่เหม็นคาว สำหรับผู้ที่แพ้โปรตีนนมวัวสามารถหันมาดื่มนมแพะยี่ห้อนี้แทนได้เลยเพราะมีแคลเซียมสูงช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง อีกทั้ง ยังอุดมไปด้วยวิตามินอีกหลายชนิดที่จะช่วยเข้ามาบำรุงร่างกายให้แข็งแรงมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นวิตามินเอ ช่วยบำรุงสายตาและผิวหนัง หรือวิตามินบีช่วยบำรุงร่างกาย สามารถทานได้ทั้งครอบครัว แต่สำหรับเด็กแนะนำให้ 1 ปีขึ้นไป 2. Yusmira นมแพะ ชนิดผง ที่นำเข้ามาจากประเทศมาเลเซีย สำหรับผู้ที่ชื่นชอบดื่มนมเพราะกังวลในเรื่องของกลิ่นคาว หมดปัญหาเรื่องนี้ไปได้เลยเพราะนมแพะ ในรูปแบบชงนี้มีส่วนผสมของน้ำผึ้งและอินทผาลัมที่จะช่วยให้มีกลิ่นหอม สามารถดื่มได้ง่าย มีรสชาติอร่อย หวานน้อยไม่ทำร้ายสุขภาพ วิธีทานก็สามารถทำได้ง่ายดายเพียงแค่ผสมน้ำร้อนและดื่มได้ทันที นมแพะในรูปแบบผงนี้นิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบันเพราะอุดมไปด้วยโปรตีน แคลเซียม และวิตามินต่างๆที่จำเป็นกับร่างกายช่วยให้ร่างกายแข็งแรงและสุขภาพดียิ่งขึ้น  3. HIGOAT นมแพะสำเร็จรูป เป็นนมที่ถูกผลิตขึ้นมาอย่างมีคุณภาพผ่านการรับรองมาตรฐานสากล GMP แล้ว […]

5 เคล็ดลับ พาลูกกินข้าวนอกบ้านอย่างไรให้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

พาลูกกินข้าวนอกบ้าน

เคล็ดลับพาลูกกินข้าวนอกบ้าน เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่หลายคนกังวลอย่างมาก จนกลายเป็นปิดโอกาสที่ลูกจะได้เจอสิ่งใหม่ๆในระหว่างทานข้าวมากยิ่งขึ้น คนเป็นพ่อเป็นแม่จะเข้าใจเป็นอย่างดีว่าการพาลูกเล็กไปกินข้าวนอกบ้านนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย นอกจากจะต้องเตรียมอุปกรณ์การทานอาหารให้พร้อมแล้ว จะต้องเตรียมตัวเตรียมใจรับมือกับพฤติกรรมการกินข้าวของลูก ยังไม่รวมไปถึงเสียงร้องไห้โวยวายที่จะพาให้ปวดหัว แต่คุณทราบหรือไม่ว่า การเปลี่ยนบรรยากาศการทานข้าวนี้จะช่วยเปิดประสบการณ์ใหม่ให้กับลูก วันนี้เราจึงมีเคล็ดลับในการรับมือกับสถานการณ์นี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำอย่างไรบ้างนั้นไปติดตามกันเลย 1. เลือกร้านอาหาร อันดับแรกเลยคุณพ่อคุณแม่จะต้องทำการสำรวจก่อนว่าร้านอาหารที่จะไปนั้นเด็กสามารถทานด้วยได้ไหม กล่าวคือ สภาพแวดล้อมของร้านเลือกอำนวยที่จะให้เด็กทานข้าวหรือไม่ มีอุปกรณ์เก้าอี้ทานข้าวสำหรับเด็กหรือไม่ เพราะอุปกรณ์เหล่านี้จำเป็น และสามารถช่วยอำนวยความสะดวกเราได้เป็นอย่างดี แต่ถ้าหากร้านที่เราต้องการจะไปไม่มีอุปกรณ์เหล่านี้ให้เราเตรียมพร้อมรถเข็นเด็ก สำหรับลูกไป เพื่อช่วยให้ทุกอย่างนั้นง่ายขึ้นนั่นเอง 2. เตรียมอุปกรณ์ที่สำคัญให้พร้อม เช่น ผ้ากันเปื้อนที่ใช้แล้วทิ้ง เป็นอีกหนึ่งไอเทมที่คุณควรพกติดกระเป๋าไว้เลย เพราะคงไม่สะดวกถ้าหากให้ลูกทานอาหารแล้วหกเลอะเทอะเสื้อผ้า ต้องคอยมาเปลี่ยนผ้ามาอาบน้ำกันใหม่ จะยิ่งเพิ่มความยุ่งยากและเสียเวลาโดยใช่เหตุ ผ้ากันเปื้อนที่ใช้แล้วทิ้งจะช่วยให้คุณจัดการเก็บกวาดได้อย่าง รวดเร็ว เป็นต้น 3. สั่งอาหารให้ไวที่สุด เป็นอีกหนึ่งเคล็ดลับหากคุณต้องพาลูกไปทานข้าวนอกบ้านด้วย เมื่อไปถึงร้านให้คุณนิดสั่งอาหารโดยไวเพื่อลดเวลาการรออาหารนาน เพราะยิ่งรอนานเด็กจะยิ่งซนและงอแงมากยิ่งขึ้น โดยให้คุณแม่สั่งน้ำหรือของทานเล่นสำหรับเด็กมารอเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจความดื้อซนของลูกลงได้  4. อย่าลืมพกของเล่นติดมาด้วย ข้อนี้สำคัญมาก ก่อนออกนอกบ้านคุณต้องหาของเล่นชิ้นโปรดของลูกติดมาด้วย ได้ใช้งานอย่างแน่นอน ซึ่งแนะนำว่าควรเป็นของเล่นพิเศษ ที่ลูกยังไม่เบื่อ จะนำมาใช้เมื่อเวลาออกนอกบ้านเท่านั้น ของเล่นนี้จะช่วยดึงดูดความสนใจ และลดความดื้อซนของลูกในขณะรออาหารลงได้มากเลยทีเดียว ของเล่นที่แนะนำ เช่น สมุดระบายสี สติ๊กเกอร์ หรือของเล่นที่มีเสียง มีแสงไฟ […]

6 เคล็ดลับ ปลูกฝังให้ลูกมีวินัย เติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ

ปลูกฝังให้ลูกมีวินัย

เสริมสร้างวินัยให้กับลูก อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าวินัยนั้นเป็นตัวที่สามารถช่วยควบคุมให้ลูกอยู่ในขอบเขต มีระเบียบ เพราะวินัยนั้นเป็นตัวสำคัญที่จะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตรวมไปถึงทัศนคติเชิงบวกให้ลูกเติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ แต่การจะปลูกฝังให้ลูกมีวินัยนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย คุณจะต้องใช้จิตวิทยา ไม่บังคับให้ลูกรู้สึกอึดอัด วันนี้เราจึงมีเคล็ดลับในการเสริมสร้างวินัยให้กับลูก ด้วยการอบรมเชิงบวก เพื่อพัฒนาให้เขาเติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ จะมีวิธีใดบ้างนั้น ไปติดตามกันเลย 1. มีการกำหนดขอบเขต ถือเป็นอีกหนึ่งข้อตกลงที่ทำร่วมกันระหว่างคุณกับลูกน้อย การกำหนดขอบเขตนี้จะเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้ลูกนั้นสามารถพัฒนาทักษะการมีวินัยนี้ได้สำเร็จ ประโยชน์ของการสร้างขอบเขตคือจะทำให้เราและลูกเคารพซึ่งกันและกันมากขึ้น โดยคุณแม่สามารถใช้วิธีนี้ได้กับหลายสถานการณ์ เช่น การทานข้าว จะต้องมีขอบเขตช่วงเวลาทานไม่เกินครึ่ง 25-30 นาที หลังจากนั้นจะเก็บจานข้าวทันที จะทำให้ลูกมีวินัยในการทานข้าวมากยิ่งขึ้น หรือ การใช้โทรศัพท์มือถือ กำหนดเวลา ไม่เกิน 1 ชั่วโมงต่อวัน เพื่อลดปัญหาการติดจอ หากปฏิบัติเป็นประจำเช่นนี้จะช่วยเสริมสร้างวินัยให้กับลูกได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2. มีความหนักแน่น ซึ่งแน่นอนอยู่แล้วว่าในระหว่างทางนั้นการฝึกวินัยให้กับลูกจะไม่ราบรื่นตลอดทั้งวันอย่างแน่นอน คุณแม่จะต้องมีความหนักแน่นแต่อ่อนโยน กล่าวคือ กฎต้องเป็นกฏ ไม่มีการยืดหยุ่น เพราะจะทำให้กดมันไม่ศักดิ์สิทธิ์ โดยมีข้อแม้ว่าคุณแม่จะต้องไม่หงุดหงิด ไม่บังคับ ใช้น้ำเสียงที่นุ่มนวล ฟังแล้วลูกจะอยากปฏิบัติตามได้มากยิ่งขึ้น  3. แก้ปัญหาอย่างมีเหตุผล ทุกปัญหาที่เกิดขึ้น คุณแม่ควรใช้ความเข้าใจ ไม่หงุดหงิด แก้ไขปัญหาด้วยสติ ไม่เหวี่ยงวีน เพราะในบางครั้งที่ลูกไม่ได้ปฏิบัติตามเขาอาจมีเหตุผลที่จำเป็น ให้คุณเปิดใจ รับฟังทุกปัญหาของลูก […]

5 เคล็ดลับ ในการรับมือลูกทานอาหารหกเลอะเทอะ พร้อมวิธีการปลูกฝังทัศนคติที่ดีในการทานอาหาร

การรับมือลูกทานอาหารหกเลอะเทอะ

วิธีรับมือกับลูกทานอาหารหกเลอะเทอะ เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่ทำให้พ่อแม่หลายท่านปวดหัวกันทุกวันอย่างแน่นอน จนทำให้บางครั้งเหนื่อยที่จะเก็บตามจนเผลอระเบิดอารมณ์ใส่ลูกเลยก็มี ซึ่งเด็กที่เริ่มเข้าสู่ช่วงวัยในการหัดทานอาหาร เขาจะมีพฤติกรรมการเลือกทานและกินยากมากขึ้น ซึ่งจะมาพร้อมกับการกินหกเลอะเทอะ หรือติดเล่น ส่วนใหญ่แล้วจะละเลงเป็นผลงานศิลปะลงบนโต๊ะหรือพื้นจนทำให้คุณพ่อคุณแม่หลายท่านหยุดหงิด และแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมให้ลูกได้เห็น วันนี้เราจะมีเคล็ดลับในการรับมือกสิกรรมการทานอาหารของลูกในลักษณะนี้มาฝากกัน จะเป็นอย่างไรบ้างนั้นไปติดตามกันเลย 1. อธิบายถึงเหตุผล ว่าการทานอาหารหกเลอะเทอะนั้นมันส่งผลกระทบทางด้านใดบ้าง เข้าใจคุณพ่อคุณแม่อย่างมากที่จะต้องพบเจอกับสถานการณ์แบบเดิมซ้ำๆในทุกวัน จนทำให้บางครั้งเสียสุขภาพจิต และ มีโอกาสที่จะหงุดหงิดต่อหน้าลูกได้สูงมาก ดังนั้นแนะนำให้ตัดปัญหาด้วยการอธิบายถึงเหตุผลว่าทำไมถึงไม่ควรทานอาหารให้หกเลอะเทอะ เช่น ลูกจะต้องเห็นคุณค่าของอาหาร หรือ อาหารที่ถูกละเลง หรือโยนลงพื้นนั้นจะมีเชื้อโรค เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เป็นต้น 2. ทำอาหารให้สามารถหยิบจับทานได้ง่าย รูปแบบของอาหารก็มีผลสำคัญต่อพฤติกรรมการทานอาหารของลูกมาก ดังนั้น แนะนำให้คุณแม่แบ่งอาหารให้เป็นชิ้นเล็ก ตัดพอดีคำ ทำเป็นแท่งที่สามารถหยิบจับทานได้ง่าย หรืออาจจะใช้เทคนิค BLW ให้ลูกหยิบทานอาหารด้วยมือ ด้วยตัวเอง วิธีนี้ นอกจากจะช่วยลดการกินหกเลอะเทอะแล้ว ยังช่วยให้ลูกได้สัมผัสกับอาหารในลักษณะที่หลากหลายรูปแบบ ได้ฝึกพัฒนาการไปในตัว 3. ส่งเสริมให้ลูกช่วยจัดโต๊ะอาหาร เคล็ดลับนี้สามารถใช้แล้วเห็นผลจริง เมื่อลูกได้เป็นคนลงมือจัดโต๊ะอาหารเอง เขาจะเห็นคุณค่าและความสำคัญของการทานอาหารมากยิ่งขึ้น ก็จะสามารถช่วยลดพฤติกรรมในการทำอาหารหกเลอะโต๊ะได้เป็นอย่างดีนั่นเอง นอกจากนี้คุณลองส่งเสริมให้ลูกเก็บจานข้าวที่ทานเสร็จแล้วด้วยตัวเอง ก็จะทำให้เขาตระหนักและเห็นคุณค่าของการทานอาหารได้มากยิ่งขึ้นแน่นอน 4. นั่งทานข้าวร่วมกันในครอบครัว การทานข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากันจะช่วยให้ลูกเจริญอาหารได้มากยิ่งขึ้น ยิ่งถ้าหากบนโต๊ะอาหารมีบรรยากาศที่ผ่อนคลาย ก็จะช่วยให้ลูกมีความสุขกับการทานอาหารได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังช่วยกระชับความสัมพันธ์ภายในครอบครัวให้แน่นแฟ้นมากขึ้นอีกด้วย […]

ภาวะโรคซึมเศร้าในเด็ก  ต้องได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี จะช่วยเยียวยาจิตใจให้ดีขึ้นได้

ภาวะโรคซึมเศร้าในเด็ก

โรคซึมเศร้าในเด็ก  เป็นสิ่งที่พ่อแม่ทุกคนไม่อยากให้เิกดขึ้นกับลูก เพราะเป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์ความรู้สึก ภาวะซึมเศร้านี้จะทำให้เด็กมีความรู้สึกหดหู่ ไม่สดใส มองโลกในแง่ร้าย จิตใจบอบบาง ไม่สามารถที่จะรับมือกับสถานการณ์ที่รุนแรงได้ หากปล่อยไว้จะส่งผลกระทบต่อพัฒนาการและทำให้เด็กนั้นไม่มีความสุขกับการใช้ชีวิต จะต้องได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน เพื่อช่วยเยียวยาสภาพจิตใจของเด็กให้กลับมาเป็นปกติได้โดยเร็วที่สุด วันนี้เราจึงรวบรวมสาระน่ารู้เกี่ยวกับภาวะซึมเศร้าในเด็กมาฝากกัน จะมีพฤติกรรม สาเหตุ รวมถึงวิธีการแก้ไขอย่างไรบ้างนั้นไปติดตามกันเลย 1. ลักษณะของภาวะโรคซึมเศร้าในเด็ก คุณพ่อคุณแม่สามารถสังเกตได้ง่ายๆด้วยการดูจากภาวะทางอารมณ์ของลูกเป็นหลัก ผู้ป่วยจากมีความรู้สึกเศร้า ไม่สดใส มีอารมณ์หงุดหงิดง่ายและสิ้นหวังอยู่เสมอ บางรายมีอาการหนักถึงขั้นรู้สึกว่าตนเองไม่มีค่า ซึ่งอารมณ์ความรู้สึกเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อพัฒนาการทางด้านความคิดและสติปัญญา นำไปสู่ปัญหาในเรื่องของสุขภาพกายและใจในอนาคต  2. สาเหตุของโรคซึมเศร้าในเด็ก อาจเกิดขึ้นจากหลายปัจจัยประกอบกัน โดยสามารถจำแนกได้เป็นสาเหตุที่มาจากพันธุกรรม จากการศึกษาพบว่าเด็กที่มีพ่อแม่เป็นภาวะซึมเศร้า ส่วนมากจะถ่ายทอดมาสู่เด็กด้วย โดยภาวะซึมเศร้านี้จะพบว่าสารเคมีในสมองนั้นเกิดการหลั่งผิดปกติ ทำให้ร่างกายไม่สามารถควบคุมอารมณ์และจิตใจได้ รวมไปถึงปัจจัยสิ่งแวดล้อมภายนอก เช่น สภาพแวดล้อมการเป็นอยู่ การเลี้ยงดูของพ่อแม่ รวมไปถึงเหตุการณ์ที่อาจจะกระทบกระเทือนติดใจของลูก เช่น การสูญเสียอวัยวะ การเป็นโรคร้ายต่างๆ เป็นต้น 3. จะทำอย่างไรเมื่อรู้ว่าลูกเป็นโรคซึมเศร้า แน่นอนว่าเป็นสิ่งที่ทำใจได้ยากมาก แต่คุณจะต้องตั้งสติและยอมรับกับภาวะที่ลูกเป็นให้ได้ โดยที่ไม่ทั่วถึงอดีตที่ผ่านมา คุณต้องยึดลูกเป็นศูนย์กลางคอยรับฟังปัญหาต่างๆลูกอย่างเข้าใจ เป็นทุกอย่างให้กบลูก ให้เขารู้สึกสบายใจที่สุดเมื่ออยู่กับเรา โดยคุณสามารถกระตุ้นหรือสนับสนุนให้เขาทำกิจกรรมในแต่ละวันเพื่อลดความซึมเศร้าลง ให้เขามีความสนุกสนานในชีวิตมากยิ่งขึ้น ทานยาอย่างต่อเนื่อง และดูแลสภาพจิตใจและร่างกายของลูกให้แข็งแรงอยู่เสมอ ถ้ามีพ่อแม่คอยสนับสนุน จะช่วยให้เขามีภูมิคุ้มกันทางด้านจิตใจที่ดียิ่งขึ้น […]

สาระน่ารู้กับ โรคขาดธรรมชาติ ที่ส่งผลกระทบต่อพัฒนาการโดยตรง

โรคขาดธรรมชาติ

โรคขาดธรรมชาติ อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าเด็กสมัยใหม่นี้เติบโตมาพร้อมกับวิวัฒนาการของเทคโนโลยีที่ก้าวกระโดด ทำให้การสื่อสาร และการเรียนรู้ จะต้องพึ่งพาเทคโนโลยีมากยิ่งขึ้น จนทำให้กลายเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก และใช้งานกันจนเคยชิน จนเกิดความไม่สมดุลในชีวิต ลูกติดจอและขาดอุปกรณ์ไอทีต่างๆไม่ได้เลย ทำให้ไปเบียดเบียนเวลาทอง ของการเรียนรู้นอกบ้าน ทำให้ลูกสัมผัสกับธรรมชาติน้อยลง จนเกิดเป็นปัญหา โรคขาดธรรมชาติ เกิดขึ้นเอง ดังนั้นวันนี้เราจึงรวบรวมสาระน่ารู้เกี่ยวกับโรคนี้มาฝากกัน สำหรับใครที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดได้เลย 1. โรคขาดธรรมชาติคืออะไร หลายคนยังคงคำถาม วันนี้เราจะมาไขข้อสงสัยไปพร้อมๆกัน โรคขาดธรรมชาติหรือที่เรียกว่า Nature Deficit Disorder จะเกิดขึ้นได้กับเด็กที่ไม่ได้มีการใช้ชีวิตเชื่อมโยงกับธรรมชาติมากเท่าที่ควร ไม่ได้สัมผัสหรือเรียนรู้กับกิจกรรมนอกบ้านหรือนอกห้องเรียน ส่วนมากจ้ะใช้ชีวิตอยู่กับหน้าจอโทรศัพท์มือถือ หรือคอมพิวเตอร์เป็นส่วนใหญ่ มันกลายเป็นเด็กที่หมกมุ่นอยู่แต่กับตัวเอง ไม่มีความคิดสร้างสรรค์ หรือไม่มีจินตนาการที่ก้าวไกลเมื่อเทียบกับเด็กที่ได้สัมผัสกับธรรมชาติอยู่เสมอไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ ต้นหญ้า ลำธาร สวนเด็กเล่น เป็นต้น  2. ผลกระทบของโรคขาดธรรมชาติ จากที่กล่าวมาข้างต้นโรคนี้เกิดจาก เด็กที่ใช้ชีวิตอยู่กลางแจ้งลดน้อยลง จะส่งผลให้เด็กนั้นนึกถึงแต่ตัวเอง มากกว่าการเรียนรู้และเข้าใจผู้อื่น หรือในเด็กบางคนมีปัญหาทางด้านพฤติกรรมและอารมณ์ ที่มีแนวโน้มว่าจะกลายเป็นเด็กสมาธิสั้น คือจะสังเกตได้ว่าเด็กจะไม่สามารถจดจ่ออยู่กับอะไรได้นานๆ ถ้าหากเป็นหนักอาจถึงขั้นมีภาวะซึมเศร้ารวมด้วย ซึ่งผลกระทบของโลกนี้คือเด็กจะไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตนเองได้เลย แล้วจะทำให้เขามีปัญหาในการเข้าสังคมในอนาคตนั่นเอง 3. สาเหตุของโรคขาดธรรมชาติ จากการสำรวจแล้วพบว่าเกิดจากการเลี้ยงดูของพ่อแม่เป็นหลัก ที่ส่วนใหญ่แล้วจะให้ลูกอยู่แต่กลับในบ้าน อาจจะด้วยจากหลายเหตุผล ไม่ว่าจะเป็นในยุคโรคโควิด-19 ระบาดเช่นนี้อาจจะกลัวลูกติดเชื้อ […]

5 เคล็ดลับ เพิ่มความสูงให้กับลูก ด้วยวิธีง่ายๆทำตามได้ที่บ้านเลย

เพิ่มความสูง

เพิ่มความสูงให้กับลูก ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าความสูงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้กับเด็กๆได้มากเลยทีเดียว เพราะความสูงนั้นจะช่วยปรับบุคลิกภาพให้มีความโดดเด่นและรู้สึกกระฉับกระเฉงได้มากยิ่งขึ้น รวมไปถึงเพิ่มโอกาสทางด้านสายงานอาชีพให้กับลูกในอนาคตได้อีกด้วย วันนี้เราจึงรวบรวมเคล็ดลับในการเพิ่มความสูงให้กับลูกด้วยวิธีง่ายๆแต่เห็นผลจริงมาฝากกัน จะมีวิธีใดบ้างนั้นไปติดตามกันเลย 1. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ วิธีนี้ถือเป็นวิธีพื้นฐานที่จะช่วยเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรงได้มากยิ่งขึ้น อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าการออกกำลังกายนั้นมีประโยชน์ กิจกรรมที่เหมาะแก่การเพิ่มความสูงให้กับเด็กในวัยกำลัง ลูกจะรู้สึกสนุกสนานเมื่อได้ใช้พลังมากๆ เช่น การกระโดดเชือก การกระโดดแทรมโพลีน เป็นต้น   หากคุณฝึกให้ลูกทำเป็นประจำจะทำให้เขาเกิดความเคยชินและค่อยๆซึมซับการรักสุขภาพ ด้วยการออกกำลังกายในที่สุด ซึ่งนั่นถือว่าเป็นผลดีในระยะยาวอีกด้วย แต่สำหรับเด็กที่ไม่ชอบความโลดโผนมากนักแนะนำให้เต้นแอโรบิค จะเป็นการออกกำลังกายที่สามารถเคลื่อนไหวได้ทุกส่วนเช่นกัน ไม่หนักและไม่เสียพลังงานมากจนเกินไป โดยแนะนำให้ทำครั้งละ 30 นาทีเป็นประจำจะช่วยให้ลูกสูงขึ้นได้อย่างแน่นอน 2. ทานโปรตีนในปริมาณที่เหมาะสม นอกจากจะให้ลูกทานอาหารครบทั้ง 5 หมู่ตามหลักของโภชนาการแล้ว ให้คุณเน้นในเรื่องของการทานโปรตีนให้มากยิ่งขึ้น เช่น การทานนม เนื้อสัตว์ ไข่ เนยถั่ว  เป็นต้น โปรตีนเหล่านี้จะทำหน้าที่ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อและช่วยเพิ่มความสูงให้กับลูกได้ ยกตัวอย่างปริมาณการทานโปรตีนที่เหมาะสม เช่น เด็กอายุ 3 – 7 ขวบ ร่างกายต้องการโปรตีนประมาณ  26 กรัมต่อวัน ส่วนใหญ่เด็กโตอายุ 7 – 14 ปี จะต้องการประมาณ 45 […]

5 ผลไม้ ช่วยลดปัญหาอาการท้องอืดในเด็ก ปรับสมดุลการขับถ่ายให้ดีขึ้น

ผลไม้ ช่วยลดปัญหาอาการท้องอืด

ผลไม้ช่วยลดอาการท้องอืดในเด็ก ถือเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่สร้างความกังวลใจให้กับผู้ปกครองไม่น้อยเลยทีเดียว กับอาการท้องอืดในเด็ก ที่สามารถเกิดขึ้นได้กับเด็กทุกคน โดยเฉพาะในวัย 6-12 เดือน ที่เริ่มทานอาหารเสริมตามช่วงวัย จึงอาจเกิดปัญหาในเรื่องของระบบขับถ่าย อาหารไม่ย่อย จนท้องอืด ทรมานไม่สบายตัว ร้องไห้งอแงโดยไม่ทราบสาเหตุ แต่คุณแม่ไม่ต้องเป็นกังวลใจไปเพราะวันนี้เราได้รวบรวมผลไม้ที่จะช่วยเพิ่มระบบขับถ่ายให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น จะมีผลไม้ชนิดใดที่ช่วยลดอาการท้องอืดบ้างนั้นไปติดตามเลย 1. ผลไม้ตระกูลเบอรี่ เช่น บลูเบอร์รี่ ราสเบอร์รี่ สตรอเบอรี่ หรือองุ่น เป็นต้น ผลไม้เหล่านี้ จะอุดมไปด้วยสารพรีไบโอติกที่มีประโยชน์และช่วยให้จุลินทรีย์โปรไบโอติกเจริญเติบโตได้ดียิ่งขึ้น เพราะจุลินทรีย์เหล่านี้เป็น Normal Flora  ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายช่วยให้ระบบขับถ่ายนั้นทำงานได้อย่างปกติ กระตุ้นให้ลำไส้ย่อยง่ายมากยิ่งขึ้น จึงสามารถช่วยลดปัญหาท้องอืดลงได้เป็นอย่างดีนั้นเอง 2. แอปเปิ้ลต้ม โดยปกติแล้วแอปเปิ้ล เป็นผลไม้ที่มีสารโพลีฟีน ที่มีคุณสมบัติช่วยต้านอนุมูลอิสระและลดภาวะการอักเสบของกระเพาะอาหารลงได้ สำหรับเด็กที่กำลังมีปัญหาท้องอืด ท้องแข็ง  ขับถ่ายยาก หรือรวมไปถึงมีอาการท้องเฟ้อแนะนำให้คุณพ่อคุณแม่นำแอปเปิ้ลไปต้มให้นิ่มและบดให้ลูกรับประทานจะช่วยกระตุ้นให้ลำไส้ดูดซึมอาหารได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ แอปเปิ้ล ยังเป็นผลไม้ที่มีไฟเบอร์สูง ช่วยกระตุ้นระบบขับถ่ายให้ลูกถ่ายได้คล่องมากยิ่งขึ้นอีกด้วย 3. ส้ม ก็เป็นอีกหนึ่งผลไม้ที่เป็นตัวเลือกที่ดี มีคุณสมบัติเป็นกรดอ่อนๆ ช่วยให้กระบวนการย่อยอาหารของเด็กนั้นทำงานได้ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ ส้มยังเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินซีสูง มีประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน ให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงช่วยเสริมสร้างเซลล์ต่างๆภายในร่างกายให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น จะเห็นได้ว่าเด็กที่ทานส้มเป็นประจำนั้น จะมีภูมิต้านทานที่แข็งแรง […]

6 อันดับ ที่ดูดน้ำมูกสำหรับลูก ที่ต้องมีติดบ้านไว้ สะดวก ปลอดภัยและใช้งานง่าย

ที่ดูดน้ำมูก

ที่ดูดน้ำมูกสำหรับลูก อย่างที่ทราบกันอยู่แล้วว่าในปัจจุบันนี้โรคระบาดกำลังเกิดขึ้นอย่างหนักในประเทศไทย โดยเฉพาะในช่วงเข้าใกล้ฤดูฝน ยิ่งมีโอกาสทำให้ลูกเจ็บป่วยบ่อยมากยิ่งขึ้น ดังนั้นคุณจะต้องมีการเตรียมพร้อม กับอุปกรณ์ทำหรับดูแลสุขภาพลูกน้อย ที่ดูดน้ำมูก ก็ถือเป็นอีกหนึ่งไอเทมที่สำคัญ ที่จะช่วยบรรเทาอาการคัดจมูกของลูกได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากมีติดบ้านไว้จะได้ใช้ประโยชน์อย่างแน่นอน วันนี้เราจึงรวบรวมผลิตภัณฑ์ดูดน้ำมูกที่มีคุณภาพดี สามารถใช้งานง่ายมีความปลอดภัยช่วยลดปริมาณน้ำมูกลงได้ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ จะมียี่ห้อใดน่าสนใจบ้างนั้นไปติดตามกันเลย 1. PAPA BABY  รุ่น CEQ-078/1 เป็นที่ดูดน้ำมูกแบบบีบมือ ท่อที่ใช้ในการสอดเข้าจมูกนั้นทำจากซิลิโคนอย่างดี มีความนิ่มและไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อเยื่อบุจมูก ดูดมีขนาดเล็กกะทัดรัดสามารถพกพาได้สะดวก จับถนัดมือทำให้คุณดูดน้ำมูกของลูกได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สามารถถอดชิ้นส่วนเพื่อทำความสะอาดได้ดี เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ ที่แม่หลายคนไว้วางใจ 2. Pigeon Nose Cleaner เป็นที่ดูดน้ำมูกแบบมือบีบ ตัวซิลิโคนที่สอดเข้าจมูกมีความนิ่มไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง สามารถดูดน้ำมูกออกมาได้อย่างรวดเร็ว เหมาะเป็นอย่างมากสำหรับใช้กับเด็กน้อย ที่สำคัญวัสดุสามารถถอดชิ้นส่วนออกมาทำความสะอาดได้ง่าย ไม่ก่อให้เกิดการสะสมของเชื้อโรคหรือแบคทีเรีย  3. GLOWY Nasal Aspirator Pen รุ่น NA-M001 เป็นเครื่องดูดน้ำมูกด้วยปาก ที่สามารถใช้งานได้ง่าย โดยคุณสามารถกำหนดแรงดูดได้ด้วยตนเองผ่านปาก วัสดุมีความปลอดภัยปราศจาก BPA และ Phthalate สามารถใช้งานได้ง่ายไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองผิว ที่สำคัญที่ดูดน้ำมูกรุ่นนี้มีระบบป้องกันการเข้าจมูกลึกเกินไป ถึงไม่ก่อให้เกิดอันตรายกับลูกอย่างแน่นอน […]