4 สาเหตุ ที่ทำให้เกิด ภาวะเครียดในเด็ก ที่จะส่งผลกระทบต่อพัฒนาการโดยตรง

ภาวะเครียดในเด็ก

ภาวะเครียดในเด็ก คุณพ่อคุณแม่ทราบหรือไม่ว่า เด็กในวัย 1-3 ขวบนั้นอาจมีภาวะเครียดสะสมเกิดขึ้นได้ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่น่าวิตกกังวลไม่น้อยเลยทีเดียว ซึ่งอาการเครียดที่เกิดขึ้นนั้นจะส่งผลต่ออารมณ์และจิตใจของลูกได้โดยตรง ซึ่งแน่นอนว่าจะมีปัญหาในพัฒนาการด้านอื่นๆตามมาอย่างแน่นอน โดย สถาบันสุขภาพจิตแห่งชาติ ได้ทำการสำรวจแล้วว่า ภาวะนี้สามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ อาทิ สภาพแวดล้อม สารเคมีในสมอง ความกดดันจากพ่อแม่ การเกิดอุบัติเหตุ เป็นต้น เพื่อให้ตระหนักถึงผลกระทบมากยิ่งขึ้น วันนี้เราจึงรวบรวมสาเหตุที่ทำให้ลูกเกิดภาวะเครียดมาฝากกัน จะมีอะไรบ้างนั้น ไปติดตามกันเลย 1. เครียดจากการถูกกดดันจากพ่อแม่ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าพ่อแม่ส่วนใหญ่ในปัจจุบันนั้นมากมีความคาดหวังในตัวลูกเรื่องของผลการเรียนมากพอสมควร จึงทำให้พ่อแม่หลายบ้านจัดตารางการเรียนของลูกไว้อย่างแน่น เพราะความหวังดีอยากให้ลูกมีความเพียบพร้อมในทุกด้าน แต่คุณทราบหรือไม่ว่าความเข้มงวดนี้จะทำให้ลูกนั้นรู้สึกกดดัน และไม่มีความสมดุลระหว่างการเรียนกับการเล่นเท่าที่ควร คนทำให้มีภาวะเครียดสะสมเกิดขึ้นได้ ดังนั้น แนะนำให้พ่อแม่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น ไม่ซีเรียสกับเรื่องการเรียนมากจนเกินไป จะทำให้รู้สึกผ่อนคลายและมีความสุขกับการใช้ชีวิตมากยิ่งขึ้น 2. ความเครียดที่มาจากพ่อแม่ อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าในปัจจุบันพ่อแม่นั้นจะมีความเครียดเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นความเครียดที่เกิดจากภาระหน้าที่ต้องดูแล เครียดจากเรื่องค่าใช้จ่ายภายในบ้าน หรือเครียดจากการทำงาน  จนไม่มีเวลาเล่นกับลูก ซึ่งคุณทราบหรือไม่ว่าลูกในวัยกำลังซนนั้นสามารถสัมผัสได้ถึงความเครียดของคุณได้จากการแสดงออกทางสีหน้า และพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไป จะทำให้ลูกมีความรู้สึกวิตกกังวลมากยิ่งขึ้น และกลายเป็นเกิดภาวะเครียดตามมาได้ในที่สุด ดังนั้น แนะนำว่าถ้าหากคุณรู้สึกไม่สบายใจหรือ สภาพจิตใจไม่พร้อม ให้ออกห่างลูกไว้ เมื่อรู้สึกดีขึ้น แล้วค่อยกลับมาเล่นกับลูก วิธีนี้จะช่วยไม่ให้คุณทำร้ายลูกทางอ้อม 3. การปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมใหม่ เชื่อว่าทุกคนจะต้องเป็นอย่างแน่นอนเมื่อจะต้องพบเจอกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยน […]

รู้ทันโรคร้าย โรคไข้เลือดออกในเด็ก ภัยเงียบที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต

โรคไข้เลือดออกในเด็ก

โรคไข้เลือดออก เมื่อเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเต็มตัว เราจะพบกับโรคระบาดที่เกิดขึ้นในเด็กมากมาย ทั้งโรคติดเชื้อที่มาจากไวรัส เช่น RSV ,มือเท้าปาก รวมถึงโรคที่มีสัตว์เป็นพาหะ เช่น โรคไข้เลือดออก  ซึ่งภัยเงียบที่มาพร้อมกับฤดูฝนนั้นเป็นเรื่องใกล้ตัวที่สามารถพบได้กับเด็กทุกคน และยากที่จะหลีกเลี่ยงได้ โดยเฉพาะ โรคไข้เลือดออกที่มียุงลายเป็นพาหะ ที่พบการระบาดเกือบทุกปี หากพื้นที่บ้านไหนมีความเสี่ยงต่อการเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของลูกน้ำยุงลายยิ่งพบการระบาดมากกว่าปกติ แต่โรคนี้อาการจะไม่รุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต ถ้าหากรู้เท่าทันและรักษาอย่างทันท่วงที จะมีลักษณะอาการอย่างไรบ้างและติดตามกันเลย 1. ทำความรู้จักกับโรคไข้เลือดออก เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสเดงกี่ที่มีทั้งหมดกี่สายพันธุ์ โดยแต่ละสายพันธุ์นั้นจะมีระดับความรุนแรงที่แตกต่างกัน โดยถ้าหากมีการติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ในสายพันธุ์ใดสายพันธุ์หนึ่งไปแล้ว ไม่กลับมาติดสายพันธุ์เดิมอีกแต่สามารถ เป็นโรคไข้เลือดออกในสายพันธุ์อื่นได้แทน และอาการจะรุนแรงกว่าเดิม  2. สาเหตุของการติดเชื้อ นั้นมาจากยุงลายเป็นพาหะนำโรค โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝนให้คุณพ่อคุณแม่เฝ้าระวัง ในช่วงเวลากลางวันให้ดีเพราะยุงลายนั้นจะออกหากินและกัดคนในช่วงเวลากลางวัน ถ้าหากบริเวณนั้นมีผู้ติดเชื้อไวรัสเดงกี่ หากยุงลายตัวเมียไปกัดผู้ป่วยที่มีเชื้อไวรัสจะทำให้เชื้อไวรัสเพิ่มจำนวนนี้ยุง และแพร่กระจายเชื้อเข้าไปในต่อมน้ำลายของยุง และพร้อมที่จะแพร่กระจายเชื้อไปสู่คนที่ถูกกัดรายต่อไป ซึ่งเชื้อไวรัสนี้จะอยู่ในตัวยุงได้นาน 1-2 เดือนเลยทีเดียว ดังนั้น วิธีป้องกันโรคนี้ที่ดีที่สุดคือการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ของยุงลายนั่นเอง 3. ลักษณะอาการของไข้เลือดออก สำหรับผู้ที่ได้รับเชื้อไวรัสเดงกีเข้าสู่ร่างกาย เชื้อไวรัสชนิดนี้ จะแสดงออกหลังจากติดเชื้อประมาณ 5-8 โดยอาการจะแบ่งออกเป็นทั้งหมด 3 ระยะคือ ระยะไข้สูง จะสังเกตได้ว่าลูกจะมีไข้สูงประมาณ 38 ถึง 40 […]

5 อันดับ กระโถนฝึกขับถ่ายสำหรับเด็ก แข็งแรงทนทาน สะดวกใช้งานง่าย 

กระโถนฝึกขับถ่ายสำหรับเด็ก

กระโถนฝึกขับถ่ายสำหรับเด็ก  เป็นอีกหนึ่งไอเท็มที่จะเข้ามาช่วยให้คุณพ่อคุณแม่สามารถจัดการกับชีวิตประจำวันของลูกน้อยได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในช่วงวัยที่จะต้องเลิกใช้แพมเพิส อีกหนึ่งทักษะที่คุณจะต้องปลูกฝังให้กับลูกนั่น คือ ฝึกการขับถ่ายเป็นเวลา และสามารถใช้ห้องน้ำเองได้แล้ว ซึ่งทักษะนี้ควรจะสามารถทำได้ก่อนที่จะเริ่มไปโรงเรียน โดยการเลือกซื้อกระโถนขับถ่ายสำหรับเด็กนั้นให้คุณคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก และลวดลายสีสันดึงดูดตาที่จะช่วยให้เด็กนั้นสามารถสนใจและอยากใช้งานได้มากยิ่งขึ้น รวมไปถึงสามารถเคลื่อนย้ายได้สะดวกรองรับการขับถ่ายได้ตลอดเวลา วันนี้เราจะได้รวบรวมกระโถนที่มีคุณภาพมาฝากกัน จะมียี่ห้อใดบ้างนั้นไปติดตามกันเลย 1. กระโถนปลา รุ่น USE-A05 ลักษณะโดยทั่วไปของกระโถนรุ่นนี้คือใช้งานง่ายเพียงแค่ให้เด็กนั่งค่อม ก็สามารถขับถ่ายได้อย่างสะดวก โดยรุ่นนี้มีที่จับให้ด้วยคล้ายกับรถ ทำให้ดึงดูดความสนใจของเด็กๆได้มากยิ่งขึ้น รวมไปถึงลวดลายปลาสุดน่ารัก มาพร้อมกับสีสันสดใสชวนให้น่าใช้งานมากยิ่งขึ้น ความพิเศษของปฐมรุ่นนี้คือจะมีที่จับให้เด็กสามารถนั่งได้ถนัดมากยิ่งขึ้น จะทำให้เขาขับถ่ายได้อย่างสบายใจ โดยรุ่นนี้สามารถรองรับน้ำหนักได้มากถึง 15 กิโลกรัม เหมาะเป็นอย่างมากสำหรับเด็กในวัยกำลังซน สามารถใช้งานได้ทั้งถ่ายหนักและถ่ายเบา ที่สำคัญมีฝาปิดไม่ส่งกลิ่นเหม็นอีกด้วย 2. โถปัสสาวะ เด็ก 3 ระดับ  มาพร้อมกับลวดลายยีราฟสีฟ้าสดใส ช่วยดึงดูดความสนใจของเด็กได้เป็นอย่างดี เป็นโถที่ใช้สำหรับฝึกปัสสาวะสำหรับเด็กผู้ชาย คุณสมบัติที่โดดเด่นของโถยี่ห้อนี้คือสามารถปรับความสูงได้ถึง 3 ระดับ  ระดับ รองรับกับความสูงของลูกน้อยได้อย่างครอบคลุม มาในรูปทรงตั้งพื้น สะดวกแก่การใช้งานได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งทางแบรนด์ยังออกแบบให้มีตัวสูญญากาศไว้สำหรับแขวนติดผนังได้ด้วย ซึ่งขึ้นอยู่กับความสะดวกในการใช้งานของแต่ละบ้านเลย นอกจากจะเป็นโถไว้ฝึกปัสสาวะเด็กได้แล้วยังมีลูกเล่นเสริมเข้ามาด้วยการมีใบพัดตรงกลางไว้สำหรับให้ลูกได้เล็งฉี่สีได้อย่างตรงจุด ไม่หกเลอะเทอะอีกด้วย เหมาะสำหรับเด็กผู้ชายในวัย 1 ถึง 6 ขวบ  […]

5 เทคนิค เลี้ยงลูกให้เป็นเด็กมีความสุข สามารถปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมได้เป็นอย่างดี

เลี้ยงลูกให้เป็นเด็กมีความสุข

การเลี้ยงลูกให้เป็นเด็กมีความสุข นั้นถือเป็นอีกหนึ่งโจทย์ที่ยากและท้าทายสำหรับคุณพ่อคุณแม่เป็นอย่างมาก ก่อนอื่นเลยคุณต้องทำความเข้าใจก่อนว่าเด็กแต่ละคนนั้นมีความแตกต่างกัน มีความต้องการที่ไม่เหมือนกัน มีบุคลิกภาพที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว แต่สิ่งที่เหมือนกันทุกคนเลยคือเด็กนั้นชอบการเล่นเป็นพิเศษ  ดังนั้นถ้าหากอยากเลี้ยงลูกให้เป็นเด็กที่มีความสุข นอกจากคุณจะต้องเข้าใจในตัวตนของเขาแล้ว คุณต้องกล้าที่จะปล่อยให้เขาได้เล่นอย่างอิสระ เพราะการเล่นนั้นไม่ใช่เพียงแต่เพื่อความสนุกเท่านั้นแต่ยังสามารถพัฒนาสมองและระบบประสาทของเขาให้เติบโตได้อย่างก้าวกระโดด การเล่นนี้จะสามารถช่วยสร้างลักษณะนิสัยที่ดีในอนาคตให้กับลูกของเราได้อย่างน่าอัศจรรย์ ดังนั้นเพื่อให้ตระหนักถึงความสุขของลูกเป็นหลัก วันนี้เราจึงมีเทคนิคการเลี้ยงลูกอย่างไรให้มีความสุข มาฝากกัน  จะมีเทคนิคการส่งเสริมอย่างไรบ้างนั้นไปติดตามกันเลย 1. สร้างวินัยด้วยการเล่น เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะส่งเสริมให้ลูกนั้นมีทักษะทางด้านสังคมที่เข้ากับเด็กคนอื่นได้เป็นอย่างดี โดยการออกไปเล่นนอกบ้าน จะช่วยให้เขามีความเห็นอกเห็นใจกับคนอื่นได้มากยิ่งขึ้น การปล่อยให้เขาได้เล่นอย่างอิสระจะช่วยให้เขา สามารถปรับตัวเข้ากับส่วนรวมได้ดี นอกจากนี้ คุณยังสามารถสร้างวินัยที่ดีให้กับลูกได้โดยผ่านการเล่น เช่น มอบหมายหน้าที่ประจำให้กับลูก อย่าง การรดน้ำต้นไม้ การกวาดถูบ้าน จะทำให้เขาสนุก แถมมีประโยชน์ในอนาคตอีกด้วย 2. ยิ้มสร้างความสุข คุณพ่อคุณแม่ทราบหรือไม่ว่าการส่งเสริมให้ลูกยิ้มอยู่เสมอ จะทำให้ลูกมีโอกาสพบกับความสุขในชีวิตได้ง่ายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การยิ้มกับตัวเอง หรือกับคนใกล้ตัวอย่างเสมอ จะช่วยให้โลกสดใส ลดความตึงเครียด ช่วยสร้างบุคลิกภาพที่ดีให้กับลูก เป็นเด็กที่น่ารัก เป็นมิตร ดึงดูดมิตรภาพดีๆเข้ามาได้ง่ายยิ่งขึ้น นอกจากนี้ รอยยิ้มยังช่วยสร้างทัศนคติเชิงบวกได้เป็นอย่างดี 3. ขอบคุณให้เป็น จากงานวิจัยเผยว่าการสอนให้ลูกรู้จักขอบคุณตัวเอง หรือขอบคุณผู้อื่นอยู่เสมอส่งผลให้เขาเติบโตมาเป็นคนที่มีมารยาทมากในสังคม เป็นลักษณะนิสัยที่สังคมต้องการ รู้จักเห็นใจและเห็นคุณค่าของผู้อื่น สามารถสร้างความสัมพันธ์และสร้างมิตรภาพที่ดีได้ โดยการพูดขอบคุณที่มาจากใจ จะช่วยสร้างความสุขให้กับลูกได้มากยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน 4. […]

7 อันดับ แผ่นตรวจไข่ตก มีความแม่นยำ ช่วยวางแผนการตั้งครรภ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แผ่นตรวจไข่ตก

แผ่นตรวจไข่ตก ถือเป็นอีกหนึ่งไอเทมที่สำคัญสำหรับใครที่กำลังวางแผนการตั้งครรภ์ จะเป็นตัวช่วยให้คุณมีโซ่ทองคล้องใจได้ง่ายมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะสำหรับใครที่มีบุตรยาก การใช้ที่ตรวจนี้จะช่วยทำให้คุณมีความแม่นยำ และมีโอกาสตั้งครรภ์ได้สูง ซึ่งโดยปกติแล้วเราจะต้องคำนวณเวลาของการมีประจำเดือน หลังจากที่ประจำเดือนมา 14 วันก็จะถึงช่วงเวลาของไข่ตกนั่นถือเป็นช่วงเวลาที่ดีที่ไข่พร้อมจะปฏิสนธิกับอสุจิ ถ้าหากร่างกายมีความพร้อมก็จะเกิดเป็นตัวอ่อนที่มีความสมบูรณ์แข็งแรงมากยิ่งขึ้น สำหรับใครที่อยากวางแผนการมีครอบครัวที่สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้นวันนี้แผ่นตรวจวันไข่ตกมาฝากกัน จ้ะยี่ห้อใดที่น่าสนใจบ้างนั้น ไปติดตามกันเลย 1. Check Tru LH ovulation test  คุณสมบัติที่โดดเด่นของแผ่นตรวจไข่ตกนี้คือสามารถใช้งานได้ง่าย เพียงแค่คุณนำแผ่นตรวจนี้ไปจุ่มกับปัสสาวะ และสังเกตแถบที่ขึ้น หากขึ้น 2 ขีด แสดงว่าถึงช่วงเวลาที่เหมาะสม โดยใช้เวลารอเพียง 1 – 5 นาทีเท่านั้น ก็จะมีแถบสีขึ้นให้อ่านในทันที โดยแผ่นตรวจยี่ห้อนี้ให้ความแม่นยำอยู่ที่ 99% 1 กล่องมี 5 ชิ้นราคาเพียง 115 บาทเท่านั้น 2. Longmed Ovulation Test Strip  ความโดดเด่นของแผ่นตรวจการตกไข่ยี่ห้อนี้คือเป็นแบรนด์ดังมาจากอเมริกา เชื่อถือได้อย่างแน่นอน สามารถตรวจได้เองที่บ้าน โดยมีความแม่นยำสูงถึง 99.99 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว ใช้ระยะเวลารอแถบสีขึ้นเพียง 3 – […]

5 คำพูด ถ้าไม่อยากให้กระทบต่อพัฒนาการของลูก ห้ามพูดเด็ดขาด มีอะไรบ้างมาดูกัน

คำพูดที่ส่งผลกระทบต่อพัฒนาการ

คำพูดที่ส่งผลกระทบต่อพัฒนาการ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าคุณพ่อคุณแม่ยุคใหม่นั้นมักมีความคาดหวังในตัวลูกมากเป็นพิเศษ อยากให้ลูกเป็นเด็กเก่ง เด็กฉลาด ไม่อยากให้ลูกเจ็บ อยากให้ลูกมีวินัย โดยคุณอาจจะใช้คำพูดหว่านล้อมลูกต่างๆนานาเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ต้องการ แต่คุณทราบหรือไม่ว่าคำพูดจากความหวังดีเหล่านั้นอาจกำลังทำร้ายลูกทางอ้อมอยู่ เพื่อให้ตระหนักถึงจิตใจของลูกมากยิ่งขึ้น วันนี้เราจึงรวบรวมคำพูดที่ไม่ควรพูดกับเด็กมาฝากกัน จะมีคำพูดใดที่กระทบต่อพัฒนาการของลูกบ้างนั้น ไปติดตามกันเลย 1. คำพูดในลักษณะคำสั่ง หากไม่จำเป็นแนะนำให้หลีกเลี่ยงจะดีที่สุด เช่น ห้ามทำนะ อย่าไปนะ ไม่ได้นะ เป็นต้น การสั่งห้ามบ่อยๆเช่นนี้จะทำให้เด็กรู้สึกขาดความมั่นใจในสิ่งที่อยากจะทำ และเป็นการปิดกั้นพัฒนาการของเขาทำให้เขารู้สึกกลัวว่าหากทำแล้วจะไม่ถูกใจผู้อื่น ส่งผลกระทบทำให้เด็กไม่กล้าที่จะแสดงออก หรือไม่อยากทดลองทำสิ่งใหม่ๆ ซึ่งแน่นอนว่าลูกจะเสียโอกาสในการเรียนรู้และพัฒนาความสามารถในแต่ละด้านไปในทันที แต่ถ้าหากหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะใช้คำพูดเหล่านี้ ให้คุณพยายามอธิบายถึงเหตุผลว่าทำไมลูกถึงห้ามทำเช่นนี้ หรืออาจใช้คำพูดอื่นมาทดแทนเช่น ใช้คำว่า จับมือแม่นะจะได้ไม่หลง แทนคำพูดว่าอย่าวิ่งสิ เป็นต้น 2. คำพูดในเชิงขู่เข็ญ คำพูดในลักษณะนี้ ถ้าหากมีนัยยแอบแฝงว่าจะไม่รัก จะไม่ให้ความสำคัญ จะทำให้เด็กติดเป็นปมในใจ ทำให้เด็กขาดความมั่นใจในตัวเอง ทำอะไรก็ต้องระมัดระวังในการทำผิด เกิดเป็นความระแวง และกลายเป็นกลัวในที่สุด คำพูดในเชิงขู่ว่าจะไม่รัก เช่น เดี๋ยวเอาไปปล่อยทิ้งเลยนะ ทำแบบนี้แม่ไม่รักละ อย่าดื้อนะเดี๋ยวตุ๊กแกมากินตับ เป็นการสร้างเงื่อนไข ทำให้เด็กสูญเสียตัวตน ต้องทำในสิ่งที่คุณแม่ต้องการถึงจะเป็นที่รัก ซึ่งการพูดขู่เข็ญอย่างไม่มีเหตุผลนี้ จะทำให้เด็กรู้สึกหวาดกลัวกับสิ่งรอบตัวมากยิ่งขึ้น มีจิตใจที่อ่อนไหวและเปราะบางไม่กล้าที่จะเผชิญกับปัญหา ส่งผลกระทบในอนาคต  3. […]

แม่ท้องห้ามพลาด เช็คด่วน ยาชนิดใดบ้างที่ห้ามทานอย่างเด็ดขาด

ยาชนิดใดบ้างที่ห้ามทาน

ยาที่คุณแม่ตั้งครรภ์ห้ามทาน อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า สำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ไม่ว่าจะทานอะไรก็ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ต้องดูแลอาหารการกินเป็นอย่างดี โดยเฉพาะเวลาเจ็บไข้ได้ป่วย หากจะทานยาอะไรต้องเช็คให้ดีว่าตัวยานั้นจะส่งผ่านกระแสเลือดรับเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์หรือไม่ เพราะตัวยาบางชนิดสามารถลำเลียงผ่านรกได้อย่างรวดเร็ว อาจมีผลกระทบต่อ ระบบประสาทและสมอง ทำให้ทารกเสี่ยงต่อการพิการได้มากยิ่งขึ้น ดังนั้นเพื่อให้ตระหนักถึงอันตรายในการใช้ยาของคุณแม่ตั้งครรภ์ วันนี้เราจึงรวบรวมยาที่ห้ามทานอย่างเด็ดขาดในช่วงตั้งครรภ์มาฝากกัน จะมีชนิดใดบ้างนั้นไปติดตามกันเล 1. ประเภทยารักษาสิว ห้ามทานอย่างเด็ดขาด โดยเฉพาะยายที่มีส่วนผสมของกลุ่มวิตามินเอ เช่น ไอโซเตรติโนอิน ยาประเภทนี้จะมีผลกระทบทำให้เกิดความเสี่ยงต่อการพิการตั้งแต่กำเนิดของเด็กทารกได้ ซึ่งจะไปมีผลต่อความผิดปกติของหัวใจและสมอง ถือว่าเป็นอีกหนึ่งตัวยาที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ รวมไปถึงยาที่ใช้รักษาอาการติดเชื้อแบคทีเรีย ที่สระส่งผลกระทบต่อฟันของทารกให้เปลี่ยนสีไปอย่างถาวร  2. ประเภทยานอนหลับ โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์ หากใช้ยาประเภทนี้จะเสี่ยงทำให้ทารกเป็นโรคปากแหว่งเพดานโหว่ และมีโอกาสเป็นโรคไส้เลื่อนที่ขาหนีบได้ ถ้าใช้ในช่วงไตรมาสที่ 2  จะส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินเลือดและหัวใจของเด็กทารกทำให้เจริญเติบโตอย่างผิดปกติ รวมไปถึงในช่วงไตรมาสที่ 3 ติดต่อกันเป็นเวลานาน จะทำให้เด็กมีโอกาสเป็นโรคอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงได้ ดังนั้น จะเห็นว่ายาในกลุ่มที่ช่วยคลายวิตกกังวล  เช่น ยา Diazepam มีผลกระทบต่อเด็กทารกโดยตรงตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ ตลอดจนถึงช่วงก่อนคลอดเลยทีเดียว 3. ยาแก้ปวดในกลุ่มแอสไพรินหรือไอบูเฟน หากใช้ต่อเนื่องติดต่อกันเป็นเวลานานจะส่งผลกระทบต่อทารกในครรภ์ได้เช่นกัน โดยอันตรายร้ายแรงถึงขั้นทำให้ลูกพิการได้เลยทีเดียว อีกทั้งยังส่งผลทำให้เกิดความผิดปกติของเม็ดเลือดในคุณแม่และเด็กทารกอีกด้วย อีกทั้งยังส่งผลกระทบไปจนถึงก่อนคลอด ทำให้เด็กคลอดช้า และอาจมีภาวะเลือดออกผิดปกติอีกด้วย 4. ยาแก้ไอ ที่มีส่วนผสมของไอโอดีน เพราะไอโอดีน […]

5 เคล็ดลับ เลี้ยงลูกอย่างมีประสิทธิภาพ ป้องกันการเกิดโรคเครียดในเด็ก อย่างเห็นผล

เลี้ยงลูกอย่างมีประสิทธิภาพ

วิธีป้องกันการเกิดโรคเครียดในเด็ก อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าภาวะเครียดนั้นสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย แต่ถ้าหากเกิดขึ้นกับเด็กจะเป็นอันตรายและส่งผลต่อพัฒนาการอย่างมาก คุณทราบหรือไม่ว่าปัจจัยที่สำคัญส่วนใหญ่นั้นอยู่ที่พฤติกรรมการเลี้ยงดูของพ่อแม่เป็นหลัก รวมไปถึงสภาพแวดล้อมที่เด็กต้องพบเจอเป็นประจำงั้นก็ส่งผลต่ออารมณ์และความรู้สึกอย่างมากเช่นเดียวกัน วันนี้เราจึงรวบรวมเคล็ดลับในการป้องกันการเกิดโรคเครียดในเด็กมาฝากกัน จะมีวิธีการเลี้ยงดูในรูปแบบใดบ้างนั้นไปติดตามกัน 1. ให้อิสระกับลูก เชื่อได้เลยว่าคุณพ่อคุณแม่ส่วนใหญ่นั้นจะทราบอยู่แล้วว่าการกดดันลูกมากจนเกินไปจะทำให้เขาเกิดภาวะเครียดได้ง่ายมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการกดดันในเรื่องเรียน ผู้ปกครองส่วนใหญ่มักมีความคาดหวังและกดดันลูกอย่างหนัก ด้วยการสรรหาชั่วโมงการเรียนพิเศษมาให้กับลูกอย่างหนาแน่น ทำให้ไม่มีเวลาได้เล่นสนุก อีกทั้งยังไม่ได้พัฒนาสมองทางด้านความคิดสร้างสรรค์ ไม่มีอิสระทางความคิด ต้องอยู่ในกรอบตลอดเวลา  จนทำให้เด็กเกิดความเครียดในที่สุด 2. การรับฟังลูก ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยป้องกันการเกิดโรคเครียดในเด็กได้เป็นอย่างดี นอกจากจะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับลูกแล้ว ยังช่วยให้เขารู้สึกอบอุ่น กล้าคิด กล้าตัดสินใจได้มากยิ่งขึ้น เมื่อลูกมีปัญหาอะไร เขาจะเชื่อใจ และยอมเล่าให้คุณฟังเป็นอันดับแรก ดังนั้นการรับฟังความคิดเห็นของลูกจะช่วยส่งเสริมพัฒนาการของเขาให้ดีขึ้นได้อีกด้วย 3. ใช้เวลากับลูกให้มากยิ่งขึ้น ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าพ่อแม่ในยุคปัจจุบันนั้นมักให้ความสำคัญกับงานมาเป็นอันดับ 1 จนอาจเผลอลืมให้เวลากับลูกเท่าที่ควร ทำให้ลูกขาดที่ปรึกษา ไม่มีเพื่อนเล่นด้วย ไม่มีผู้ชี้แนะแนวทาง และส่งเสริมกิจกรรมที่พัฒนาศักยภาพได้เท่าที่ควร การให้เวลากับลูก จะช่วยเติมเต็มส่วนที่ขาดหายได้มากยิ่งขึ้น ลูกจะอบอุ่น และมีสภาพจิตใจที่ดีขึ้นลดการเกิดภาวะเครียดในเด็กลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ 4. สอนให้ลูกเข้าใจความรู้สึกของตัวเอง การยอมรับและเข้าใจความรู้สึกของตนเองจะสามารถสอนลูกให้คุมอารมณ์ได้ และการแสดงออกได้เป็นอย่างดี จะทำให้เขามีความยืดหยุ่นกับตัวเองมากยิ่งขึ้น รู้จักปรับตัว  ยอมรับและเข้าใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อเกิดปัญหาใดจะทำให้เขาสามารถตั้งรับได้ดี และลดโอกาสที่จะเกิดโรคเครียดในเด็กอย่างมีประสิทธิภาพนั่นเอง 5. สนับสนุนให้ลูกมีแรงจูงใจ การมีไอดอลหรือมีเป้าหมายของตัวเอง จะช่วยสร้างพลังจากภายในของลูกได้มากยิ่งขึ้น […]

5 อันดับ นมแพะ แคลเซียมสูง อร่อยดีมีประโยชน์ 

นมแพะ

นมแพะ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่แพ้โปรตีนในนมวัว จึงทำให้ในปัจจุบันนี้มีผู้หันมาดื่มนมแพะกันเป็นจำนวนมากเพราะมีคุณประโยชน์เทียบเท่ากับนมวัวเลยทีเดียว แต่มีข้อเสียตรงที่ว่านมแพะจะมีกลิ่นคาวมากกว่านมวัว ดังนั้น ก่อนที่จะเลือกซื้อผลิตภัณฑ์นมแพะมารับประทานให้คุณพิจารณาจากสูตรที่ปรับรสชาติให้ดื่มง่าย โดยส่วนใหญ่ในปัจจุบันมีให้เลือกหลากหลายรสชาติไม่ว่าจะเป็น รสน้ำผึ้ง รสกาแฟ รสขิง เป็นต้น ซึ่งคุณไม่ต้องเป็นกังวลใจไปวันนี้เราได้รวบรวมนมแพะยอดนิยมที่คนส่วนใหญ่เลือกรับประทาน มีรสชาติดี ทานง่าย อร่อยด้วย มาฝากกันจะมียี่ห้อไหนบ้างนั้นไปติดตามกันเลย 1. นมแพะ UHT ตรา ศิริชัย เป็นนมแพะรสธรรมชาติที่ถูกผลิตขึ้นมาให้มีรสชาติอร่อย ไม่หวานมากสามารถดื่มง่าย ไม่เหม็นคาว สำหรับผู้ที่แพ้โปรตีนนมวัวสามารถหันมาดื่มนมแพะยี่ห้อนี้แทนได้เลยเพราะมีแคลเซียมสูงช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง อีกทั้ง ยังอุดมไปด้วยวิตามินอีกหลายชนิดที่จะช่วยเข้ามาบำรุงร่างกายให้แข็งแรงมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นวิตามินเอ ช่วยบำรุงสายตาและผิวหนัง หรือวิตามินบีช่วยบำรุงร่างกาย สามารถทานได้ทั้งครอบครัว แต่สำหรับเด็กแนะนำให้ 1 ปีขึ้นไป 2. Yusmira นมแพะ ชนิดผง ที่นำเข้ามาจากประเทศมาเลเซีย สำหรับผู้ที่ชื่นชอบดื่มนมเพราะกังวลในเรื่องของกลิ่นคาว หมดปัญหาเรื่องนี้ไปได้เลยเพราะนมแพะ ในรูปแบบชงนี้มีส่วนผสมของน้ำผึ้งและอินทผาลัมที่จะช่วยให้มีกลิ่นหอม สามารถดื่มได้ง่าย มีรสชาติอร่อย หวานน้อยไม่ทำร้ายสุขภาพ วิธีทานก็สามารถทำได้ง่ายดายเพียงแค่ผสมน้ำร้อนและดื่มได้ทันที นมแพะในรูปแบบผงนี้นิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบันเพราะอุดมไปด้วยโปรตีน แคลเซียม และวิตามินต่างๆที่จำเป็นกับร่างกายช่วยให้ร่างกายแข็งแรงและสุขภาพดียิ่งขึ้น  3. HIGOAT นมแพะสำเร็จรูป เป็นนมที่ถูกผลิตขึ้นมาอย่างมีคุณภาพผ่านการรับรองมาตรฐานสากล GMP แล้ว […]

5 เคล็ดลับ พาลูกกินข้าวนอกบ้านอย่างไรให้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

พาลูกกินข้าวนอกบ้าน

เคล็ดลับพาลูกกินข้าวนอกบ้าน เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่หลายคนกังวลอย่างมาก จนกลายเป็นปิดโอกาสที่ลูกจะได้เจอสิ่งใหม่ๆในระหว่างทานข้าวมากยิ่งขึ้น คนเป็นพ่อเป็นแม่จะเข้าใจเป็นอย่างดีว่าการพาลูกเล็กไปกินข้าวนอกบ้านนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย นอกจากจะต้องเตรียมอุปกรณ์การทานอาหารให้พร้อมแล้ว จะต้องเตรียมตัวเตรียมใจรับมือกับพฤติกรรมการกินข้าวของลูก ยังไม่รวมไปถึงเสียงร้องไห้โวยวายที่จะพาให้ปวดหัว แต่คุณทราบหรือไม่ว่า การเปลี่ยนบรรยากาศการทานข้าวนี้จะช่วยเปิดประสบการณ์ใหม่ให้กับลูก วันนี้เราจึงมีเคล็ดลับในการรับมือกับสถานการณ์นี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำอย่างไรบ้างนั้นไปติดตามกันเลย 1. เลือกร้านอาหาร อันดับแรกเลยคุณพ่อคุณแม่จะต้องทำการสำรวจก่อนว่าร้านอาหารที่จะไปนั้นเด็กสามารถทานด้วยได้ไหม กล่าวคือ สภาพแวดล้อมของร้านเลือกอำนวยที่จะให้เด็กทานข้าวหรือไม่ มีอุปกรณ์เก้าอี้ทานข้าวสำหรับเด็กหรือไม่ เพราะอุปกรณ์เหล่านี้จำเป็น และสามารถช่วยอำนวยความสะดวกเราได้เป็นอย่างดี แต่ถ้าหากร้านที่เราต้องการจะไปไม่มีอุปกรณ์เหล่านี้ให้เราเตรียมพร้อมรถเข็นเด็ก สำหรับลูกไป เพื่อช่วยให้ทุกอย่างนั้นง่ายขึ้นนั่นเอง 2. เตรียมอุปกรณ์ที่สำคัญให้พร้อม เช่น ผ้ากันเปื้อนที่ใช้แล้วทิ้ง เป็นอีกหนึ่งไอเทมที่คุณควรพกติดกระเป๋าไว้เลย เพราะคงไม่สะดวกถ้าหากให้ลูกทานอาหารแล้วหกเลอะเทอะเสื้อผ้า ต้องคอยมาเปลี่ยนผ้ามาอาบน้ำกันใหม่ จะยิ่งเพิ่มความยุ่งยากและเสียเวลาโดยใช่เหตุ ผ้ากันเปื้อนที่ใช้แล้วทิ้งจะช่วยให้คุณจัดการเก็บกวาดได้อย่าง รวดเร็ว เป็นต้น 3. สั่งอาหารให้ไวที่สุด เป็นอีกหนึ่งเคล็ดลับหากคุณต้องพาลูกไปทานข้าวนอกบ้านด้วย เมื่อไปถึงร้านให้คุณนิดสั่งอาหารโดยไวเพื่อลดเวลาการรออาหารนาน เพราะยิ่งรอนานเด็กจะยิ่งซนและงอแงมากยิ่งขึ้น โดยให้คุณแม่สั่งน้ำหรือของทานเล่นสำหรับเด็กมารอเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจความดื้อซนของลูกลงได้  4. อย่าลืมพกของเล่นติดมาด้วย ข้อนี้สำคัญมาก ก่อนออกนอกบ้านคุณต้องหาของเล่นชิ้นโปรดของลูกติดมาด้วย ได้ใช้งานอย่างแน่นอน ซึ่งแนะนำว่าควรเป็นของเล่นพิเศษ ที่ลูกยังไม่เบื่อ จะนำมาใช้เมื่อเวลาออกนอกบ้านเท่านั้น ของเล่นนี้จะช่วยดึงดูดความสนใจ และลดความดื้อซนของลูกในขณะรออาหารลงได้มากเลยทีเดียว ของเล่นที่แนะนำ เช่น สมุดระบายสี สติ๊กเกอร์ หรือของเล่นที่มีเสียง มีแสงไฟ […]