5 สกินแคร์สำหรับคุณแม่หลังคลอด ป้องกันริ้วรอย บำรุงล้ำลึก หน้าไม่เหี่ยวไม่โทรม 

สกินแคร์สำหรับคุณแม่

สกินแคร์สำหรับคุณแม่หลังคลอด เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่จะมาคืนความมั่นใจให้กับสาวๆได้มากยิ่งขึ้น เนื่องจากหลังคลอดนั้นระดับฮอร์โมนของคุณแม่จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ผสมผสานกับพฤติกรรมการนอนน้อยที่ต้องดูแลลูกตลอดเวลา ส่งผลให้หน้าตาหมองคล้ำ ไม่สดใส ในบางคนมีรอยสิวฝ้ากระจุดด่างดำเต็มใบหน้า ทำให้สูญเสียความมั่นใจ และเสีบบุคลิกภาพอย่างมาก แต่ไม่ต้องเป็นกังวลใจไป ถึงแม้จะอยู่ในช่วงให้นมบุตรคุณก็สามารถใช้สกินแคร์เพื่อบำรุงผิวหน้าให้กับกลับมาเนียนเด้ง สวยใสไร้รอยสิวได้ด้วยผลิตภัณฑ์สูตรอ่อนโยน ที่ไม่มีสารอันตรายต่อลูกน้อย จะมียี่ห้อไหนที่น่าสนใจบ้างนำไปติดตามกันเลย 1. Biotherm Life Plankton สำหรับคุณแม่หลังคลอดที่รู้สึกว่าผิวหน้าแห้งกร้าน จำเป็นอย่างมากที่จะต้องเติมเต็มความชุ่มชื้นให้กับผิว ซึ่งผลิตภัณฑ์ตัวนี้มีความเข้มข้นของ Life Plankton สูงถึง 5% จะมาช่วยฟื้นฟูบำรุงผิวพรรณให้นุ่มเด้ง อิ่มฟูมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังประสานพลังจากสารสกัดองุ่นที่มีสารแอนตี้ออกซิแดนท์ อาทิ โซเดียม ไฮยาลูโรเนท ดังนั้นจะสังเกตเห็นได้ชัดเจนเลยว่าหลังใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง หน้าจะชุ่มชื้น เนียนนุ่มขึ้นอยากเห็นได้ชัด จนต้องประทับใจอย่างแน่นอน 2. Clarins Hydra-Essentiel เป็นสกินแคร์ที่เหมาะสำหรับคนผิวแห้งเป็นอย่างมาก โดยคุณสมบัติที่โดดเด่นของครีมตัวนี้จะเข้ามาเติมเต็มความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้า ด้วยลักษณะเนื้อครีมเข้มข้นสีขาว ที่มาพร้อมกับกลิ่นหอมอ่อนๆสร้างความผ่อนคลายได้อย่างดีเยี่ยม เมื่อคุณแม่หลังคลอดทานแล้วจะรู้สึกดีมากยิ่งขึ้น ใครที่กำลังมีปัญหาผิวหน้าแห้ง ลอกเป็นขุย ผลิตภัณฑ์ตัวนี้เหมาะสมเป็นอย่างมากจะทำให้หน้าดูนุ่ม เด้งฟูมากยิ่งขึ้น และที่สำคัญสามารถใช้ได้ทั้งกลางวันกลางคืนคุ้มค่าแน่นอน 3. Ezerra cream สำหรับคุณแม่หลังคลอดคนไหนที่กำลังประสบกับปัญหาผิวหน้าเป็นผดผื่น แนะนำครีมตัวนี้เลยมีความอ่อนโยน ถึงแม้ว่าจะอยู่ในระหว่างให้นมบุตรก็สามารถใช้ได้ ไม่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์ […]

ยาสีฟันเด็กผสมฟลูออไรด์ ดีสุดแห่งปี 2024 ป้องกันฟันผุได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ยาสีฟันเด็กผสมฟลูออไรด์

ยาสีฟันเด็กผสมฟลูออไรด์ อีกหนึ่งหน้าที่สำคัญและท้าทายคุณพ่อคุณแม่อย่างมาก นั่นก็คือการแปรงฟันให้กับลูกน้อย ซึ่งถือว่ายากและต้องใช้เวลาพอสมควร เด็กๆส่วนใหญ่ก็มักจะร้องไห้งอแง และไม่ชอบแปรงฟัน การเลือกลวดลายการ์ตูนบนแปรงสีฟันก็ถือเป็นอีกหนึ่งสิ่ง ที่ทำให้การแปรงฟันนั้นเป็นเรื่องง่ายยิ่งขึ้น รวมไปถึงการเลือกรสชาติยาสีฟันที่ลูกชอบ มีความอ่อนโยนสามารถกลืนได้ไม่เป็นอันตรายกับลูกน้อย ตลอดจนมีส่วนผสมของฟลูออไรด์ในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อป้องกันฟันผุได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นเอง จะมียี่ห้อไหนน่าสนใจบ้างนั้นไปติดตามพร้อมๆกันเลย 1. Pigeon ยาสีฟันเด็กชนิดเจล เป็นแบรนด์ที่ได้รับความนิยมสูงสุดอย่างต่อเนื่อง เอกลักษณ์ที่โดดเด่นคือมีส่วนผสม Food Grade ที่สามารถกลืนได้ ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย แถมยังพัฒนาร่วมกับแพทย์เฉพาะทางจึงใช้ได้สบายหายห่วง สูตรนี้มาพร้อมกับส่วนผสมฟลูออไรด์ 1000 ppm ที่จะมาช่วยเคลือบฟันของลูกน้อยให้แข็งแรง และไม่มีส่วนผสมของน้ำตาล ให้ความหวานตามธรรมชาติป้องกันฟันผุได้อย่างมีประสิทธิภาพ แถมยังปราศจาก SLS และ SLES อีกด้วย 2. Babi Mild สูตรเจนเทิล โปรเทคชั่น เรด เบอร์รี่ เป็นยาสีฟันออร์แกนิคที่มีส่วนผสมของ Food Grade มากถึง 90% โดยแบรนด์นี้ใช้สารสกัดอโลเวร่าออแกนิค ECOCERT จึงมีความปลอดภัยต่อเด็กอย่างมาก อีกทั้งยังมีส่วนผสมของฟลูออไรด์ ในปริมาณที่เหมาะสม และมี Calcium Lactate อีกด้วย […]

แนะนำ 5 เครื่องฟอกอากาศช่วยฆ่าไวรัส กรองฝุ่น PM2.5 ได้ดีเยี่ยม บ้านไหนมีลูกน้อยต้องห้ามพลาด

เครื่องฟอกอากาศช่วยฆ่าไวรัส กรองฝุ่น PM2.5

เครื่องฟอกอากาศ ถือเป็นอีกหนึ่งไอเทมที่จำเป็นและมีประโยชน์สำหรับบ้านที่มีลูกน้อยเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะช่วงนี้ที่ค่าฝุ่น PM 2.5 ยังคงพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และยังไม่มีทีท่าว่าจะมีมาตรการไหนที่จะมาช่วยลดมลพิษทางอากาศนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพเท่าที่ควร ดังนั้น การป้องกันจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด ที่จะช่วยให้ทุกคนภายในบ้านนั้นปลอดภัยจากมลพิษทางอากาศเหล่านี้ และมีสุขภาพที่แข็งแรง เราจึงรวบรวมเครื่องฟอกอากาศ ที่มีคุณสมบัติช่วยฆ่าเชื้อไวรัส แบคทีเรีย รวมถึงฝุ่นละอองขนาดเล็กได้อย่างดีเยี่ยม จะมียี่ห้อไหนที่ตอบโจทย์สภาพอากาศแบบนี้ได้บ้างนั้น ไปติดตามกันเลย 1. Hatari HT-AP12 เป็นเครื่องฟอกอากาศของแบรนด์ดังที่นิยมมากในปี 2024 ด้วยคุณภาพเทียบกับราคาแล้วถือว่าคุ้มค่ามากที่สุด มีความแข็งแรงทนทาน และที่สำคัญสามารถกรองอากาศได้ถึง 4 ขั้นตอนเลยทีเดียว มีหลายฟังก์ชันให้เราได้เลือกใช้ ซึ่งมีความทันสมัยและตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างดีเยี่ยม มีคุณสมบัติกรองฝุ่นขนาดเล็กได้ระดับ PM 2.5 ถึง PM 0.3 เลยทีเดียว แถมยังสามารถปรับความเร็วลงได้ถึง 4 ระดับ และสามารถตั้งเวลาการทำงานได้ 1-8 ชั่วโมง เหมาะสำหรับห้องขนาด 32 ตารางเมตร 2. PHILIPS Air Purifier Serie 1000i AC1715/21 เอกลักษณ์ที่โดดเด่นของเครื่องฟอกอากาศแบบนี้คือ สามารถใช้งานในห้องขนาดใหญ่ได้ 16-78 […]

ไขข้อข้องใจ ทำไมแม่ยุคใหม่ถึงต้องเก็บสเต็มเซลล์เพื่อประโยชน์ในอนาคตให้กับลูก

สเต็มเซลล์

ไขข้อข้องใจ ทำไมแม่ยุคใหม่ต้องเก็บสเต็มเซลล์ อย่างที่เราทราบกันดีอยู่แล้วว่าสเต็มเซลล์นั้นเป็นเซลล์ที่มีความมหัศจรรย์ สามารถนำไปฟื้นฟู หรือรักษาโรคร้ายในอนาคตได้ เนื่องจากเข้าไปทดแทนเซลล์ภายในร่างกาย ที่มีความเสียหายหรือถูกทำลาย ทำให้เกิดอาการเจ็บป่วยต่างๆเกิดขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่แล้วการเก็บสเต็มเซลล์นั้นจะได้จากบริเวณรกและสายสะดือของทารกแรกเกิด ถือเป็นหลักประกันทางสุขภาพเพื่อแทนความรักความห่วงใยที่เก็บไว้ให้ลูกได้ตลอดชีวิตเลย วันนี้เราจึงจะพามารู้จักสเต็มเซลล์ให้มากยิ่งขึ้น จะมีความสำคัญ อย่างไรบ้างมาดูกันเลย  1. สเต็มเซลล์คืออะไร คือเซลล์ต้นกำเนิด ที่มีความสามารถแบ่งตัวได้อย่างไม่จำกัด มีความมหัศจรรย์สามารถพัฒนาไปเป็นเซลล์อื่นๆได้อย่างอิสระไม่ว่าจะเป็น เซลล์ผิวหนัง เซลล์เนื้อเยื่อเกี่ยวพัน เซลล์กระดูก เซลล์เม็ดเลือดและอื่นๆอีกมากมาย ตามแหล่งต้นกำเนิดที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งพ่อแม่ยุคใหม่มักนิยมเก็บ Stem Cell ของลูกแรกเกิด ซึ่งถือเป็นเซลล์ต้นกำเนิดจากแหล่งที่ต่างๆเก็บไว้เพื่อเป็นประโยชน์ทางด้านสุขภาพของลูกในอนาคต สามารถใช้ฟื้นฟูและรักษาโรคร้ายต่างๆให้กับลูกได้ตลอดทั้งชีวิต 2. ความสำคัญของการเก็บสเต็มเซลล์ จากการวิจัยและพัฒนาโดยแพทย์และนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลก พบว่าจะเป็นเซลล์นั้นมีความสำคัญสามารถนำไปทดแทนเซลล์ที่เสียหาย ให้กลับมาทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ไปใช้ฟื้นฟูและรักษาโรคร้ายต่างๆให้กับลูกน้อยรวมถึงทุกคนในครอบครัว โดยสามารถรักษาโรคร้ายได้ถึง 85 โรคเลยทีเดียว เช่น กลุ่มโรคมะเร็งเม็ดเลือดทุกชนิด กลุ่มโรคไขกระดูกผิดปกติ โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง ฯลฯ มีคุณประโยชน์ช่วยฟื้นฟูสุขภาพและความเสื่อมของอวัยวะต่างๆให้กลับมาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น  3. ประเภทของสเต็มเซลล์ ในการเก็บสเต็มเซลล์นั้นจะต้องมีการวางแผนและดูแลโดยผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น เนื่องจากมีหลากหลายประเภท หลายแหล่งต้นกำเนิด จึงสามารถนำไปใช้ฟื้นฟูและรักษาโรคได้แตกต่างกัน เช่น Embryonic Stem Cell สเต็มเซลล์จากตัวอ่อน […]

อย่าชะล่าใจ!! ระวัง 5 โรคร้ายของเด็ก ที่มาพร้อมกับช่วงเทศกาลสงกรานต์

ระวัง 5 โรคร้ายของเด็ก

โรคร้ายของเด็กช่วงเทศกาลสงกรานต์ เป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังอย่างมาก สำหรับครอบครัวไหนที่กำลังวางแผนพาลูกเล่นน้ำช่วงสงกรานต์ ถึงแม้ว่าเด็กๆจะชื่นชอบและสนุกสนานเพลิดเพลินกันมาก แต่น้ำที่ใช้ก็ไม่ใช่จะสะอาดเสมอไป ซึ่งเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค เชื้อไวรัส หรือแบคทีเรียชั้นดีเลย ผสมผสานกับอากาศที่ร้อนจัดของเมืองไทยที่เกือบ 40 องศาเซลเซียส ทำให้เชื้อโรคเหล่านั้นเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว หากเข้าตา เข้าจมูก ก็อาจก่อให้เกิดอันตราย หรือโรคร้ายกับเด็กตามมาในภายหลังได้ วันนี้เราจึงรวบรวม โรคเด็กที่ต้องระวังในช่วงเทศกาลสงกรานต์มาฝากกันจะมีโรคไหนรุนแรงบ้างนั้นไปติดตามกันเลย 1. โรคปอดอักเสบ เวลาเล่นน้ำสงกรานต์ มีบางคนที่ชอบใช้น้ำเย็นสาดเล่นกัน ด้วยสภาพอากาศของเมืองไทยที่ร้อนจัดเมื่อโดนน้ำเย็นแล้วร่างกายจะเปลี่ยนอุณหภูมิอย่างรวดเร็ว แถมตัวยังเปียกชื้นอยู่ตลอดเวลา ทำให้เด็กส่วนใหญ่มักมีอาการเจ็บคอ น้ำมูกไหล มีไข้  ไอ จาม อาการเหล่านี้ถ้าหากไม่ดีขึ้นภายใน 1-2 สัปดาห์ จะต้องพบแพทย์เพื่อทำการรักษาทันที เพราะอาจทำให้อาการรุนแรง และอาจลุกลามกลายเป็นปอดอักเสบได้เลย วิธีการป้องกันคือไม่เล่นน้ำที่เย็นจัด และไม่ปล่อยให้เสื้อผ้าเปียกชื้นเป็นเวลานานเกินไป  2. โรคอาหารเป็นพิษ เป็นโรคยอดฮิตในช่วงฤดูร้อนเลย สังเกตง่ายๆเลยคืออาหารจะเสียภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว โดยเฉพาะช่วงเทศกาลสงกรานต์มีโอกาสติดเชื้อโรคได้ง่ายมาก ดังนั้นจำเป็นอย่างมากที่คุณพ่อคุณแม่จะต้องคัดกรองอาหารหรือน้ำที่สะอาด เพื่อหลีกเลี่ยงโรคอาหารเป็นพิษ โรคท้องร่วง หรือ โรคอหิวาตกโรคพี่รุนแรงถึงขั้นอาจทำให้เสียชีวิตได้เลยทีเดียว วิธีการป้องกัน ในช่วงอากาศร้อนควรทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่ หลีกเลี่ยงขนม อาหารที่มีกะทิหรือมีส่วนผสมของนม และที่สำคัญจะต้องล้างมือให้สะอาดก่อนทานอาหารทุกครั้ง 3. โรคผิวหนัง เป็นอีกหนึ่งโรคที่พบได้บ่อยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ […]

จัดอันดับ Superfood อาหารบำรุงครรภ์ เคล็ดลับที่ช่วยให้ลูกน้อยแข็งแรงตั้งแต่อยู่ในท้อง

จัดอันดับ Superfood

Superfood อาหารบำรุงครรภ์ ถึงแม้ว่า กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ได้แนะนำให้คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์นั้นทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ มีความหลากหลาย ในปริมาณที่เหมาะสมและเพียงพอต่อความต้องการของร่างกายก็จริง แต่คุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์นั้นจำเป็นอย่างมากที่จะต้องเลือกโภชนาการที่ดีที่สุด มีประโยชน์ และสารอาหารครบถ้วนสูงสุดเพื่อลูกน้อย ดังนั้น การเลือกทาน “ซูเปอร์ฟู้ด” จึงถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่มีส่วนช่วยบำรุงลูกน้อยให้แข็งแรงตั้งแต่อยู่ในท้อง จะมีอาหารกลุ่มไหนที่ดีต่อทั้งสุขภาพของคุณแม่และลูกน้อยบ้างนั้น ไปดูกันเลย   1. เมล็ดอัลมอนด์ จัดเป็น ซูเปอร์ฟู้ด ที่สามารถทานเล่นคลายหิวระหว่างมื้อได้เป็นอย่างดี อุดมไปด้วยกรดโฟลิก แร่ธาตุและวิตามิน อีกทั้งยังมีใยอาหารสูง ช่วยกระตุ้นผนังลำไส้ให้คุณแม่ตั้งครรภ์นั้นขับถ่ายได้สะดวก นอกจากนี้ยังมีส่วนช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล เพิ่มไขมันดี ลดไขมันเลว แถมมีคุณสมบัติต้านการอักเสบ และต้านอนุมูลอิสระได้อีกด้วย ที่สำคัญช่วยบำรุงเลือด ชะลอริ้วรอยไม่ให้แก่ก่อนวัยกันควรได้เป็นอย่างดี 2. ธัญพืช เป็นกลุ่มอาหารที่เหมาะสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์เป็นอย่างมาก มีคุณค่าทางโภชนาการสูง อาทิ โคลีน โฟเลต มีส่วนช่วยบำรุงระบบประสาท และสมองของทารกในครรภ์ ช่วยลดความเสี่ยงของโรคปากแหว่งเพดานโหว่ อีกทั้งยังมีใยอาหารสูง ช่วยลดอาการท้องผูกในคุณแม่ตั้งครรภ์ได้อีกด้วย ตลอดจนมีคาร์โบไฮเดรต วิตามินซี วิตามินบี สารต้านอนุมูลอิสระ ฯลฯ หากทานในปริมาณที่เหมาะสมรับรองว่าดีต่อสุขภาพทั้งคุณแม่และทารกในครรภ์อย่างแน่นอน 3. เมล็ดเจีย […]

5 อันดับคาร์ซีทยอดนิยม 2024 ระบบเซฟตี้แน่นหนา ปลอดภัย สะดวกสบายใช้งานได้ยาวนาน

5 อันดับคาร์ซีทยอดนิยม 2024

คาร์ซีทยอดนิยม 2024  หลังจากที่รัฐบาลได้ออกกฏหมายฯ กำหนดให้เด็กอายุไม่เกิน 6 ขวบที่เดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว ต้องนั่งคาร์ซีท หากละเลย มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท ทั้งนี้ที่นั่งนิรภัยจะช่วยเพิ่มความปลอดภัย ให้กับเด็กมากยิ่งขึ้น โดยในปัจจุบัน มีให้เลือกหลากหลายยี่ห้อ สิ่งที่ควรพิจารณาก่อนตัดสินใจซื้อ คือวัสดุที่ใช้ จะต้องมีความแข็งแรง ป้องกันการกระแทกได้ดี สามารถปรับได้หลายระดับ และที่สำคัญ จะต้องได้รับมาตรฐานสากล เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ปกครองได้มากยิ่งขึ้น โดยในวันนี้เราได้รวบรวมคาร์ซีทยอดนิยมล่าสุด ที่ดีไซน์สวยทันสมัย จะมียี่ห้อไหนตอบโจทย์การใช้งานได้ดีที่สุดบ้างนั้น ไปติดตามกันเลย 1. คาร์ซีท Maxi-Cosi รุ่น Opal เป็นที่นั่งนิรภัยที่ได้รับมาตรฐานทางสากล สามารถใช้ได้ตั้งแต่เด็กแรกเกิดจนถึง 4 ขวบเลย โดยทางแบรนด์ได้ออกแบบมาให้เหมาะสมกับสรีระของเด็ก สามารถนั่งได้สะดวกสบายตลอดการเดินทาง และที่สำคัญปรับเคลื่อนย้ายได้สะดวก นอกจากนี้ยังสามารถปรับความสูงของเบาะรองศีรษะได้ถึง 6 ระดับเลยทีเดียว ปรับเอนได้มากสุด 5 ระดับ มาพร้อมกับผ้าหุ้มเบาะที่ถอดทำความสะอาดง่าย ถือเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่ผู้ปกครองส่วนใหญ่ไว้วางใจ 2. Ailebebe รุ่น Papatto Premium เอกลักษณ์ที่โดดเด่นของคาร์ซีทรุ่นนี้คือผ่านมาตรฐานความปลอดภัยจากยุโรป  ECE R44/04 […]

เปรียบเทียบนม UHT ยี่ห้อไหนสารอาหารสมองเยอะ ดีต่อระบบขับถ่าย มาดูกัน

นม UHT ยี่ห้อไหนสารอาหารสมองเยอะ

เปรียบเทียบนม UHT ถือเป็นสาระสำคัญที่มีส่วนช่วยในการตัดสินใจของคุณพ่อคุณแม่ได้ง่ายมากขึ้น ว่าควรเลือกนมกล่องยี่ห้อใดให้ลูกทาน ซึ่งโดยปกติแล้ว เด็กในวัย 1 ขวบขึ้นไป จำเป็นต้องได้รับสารอาหารที่สำคัญเพิ่มเติม ให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายในแต่ละวัน โดยนม UHT นี้อุดมไปด้วยสารอาหารที่หลากหลาย และมีประโยชน์ต่อลูกน้อย ไม่ว่าจะเป็น DHA โอเมก้า 3 6 9 แคลเซียม รวมถึงวิตามินและแร่ธาตุอื่นๆอีกมากมาย โดยแต่ละยี่ห้อจะมีจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้ 1. Enfagrow A+ สูตร 3 เป็นแบรนด์ที่คุณพ่อคุณแม่ส่วนใหญ่ไว้วางใจกันอยู่แล้ว โดยสูตรนี้มาพร้อมกับกลิ่นวนิลาที่มีความหอมหวาน ช่วยให้เด็กๆดื่มนมกล่องได้ง่ายยิ่งขึ้น เอกลักษณ์ที่โดดเด่นของสูตรนี้คือจะอุดมไปด้วย DHA, ARA, โอเมก้า 3 6 9 แคลเซียมสูง อีกทั้งยังมีวิตามินต่างๆ มีโปรตีนสูง ที่ช่วยให้เด็กๆเติบโตอย่างสมวัย พร้อมทั้งช่วยพัฒนาระบบสมองของเด็กๆได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว 2. นม Hi-Q UHT สูตรนี้ให้พลังงานสูงถึง 120 kcal โดยเหมาะสำหรับเด็กอายุตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป โดดเด่นด้วยส่วนผสมของปริมาณ […]

5 เทคนิค สอนลูกรู้จักรอคอยให้เป็น เปลี่ยนนิสัยใจร้อนเอาแต่ใจเก่ง ให้มีความอดทน เห็นผลจริง!!

5 เทคนิค สอนลูกรู้จักรอคอยให้เป็น

เทคนิค สอนลูกรู้จักรอคอยให้เป็น ถือเป็นอีกหนึ่งปัญหาโลกแตกสำหรับคุณพ่อคุณแม่อย่างมาก เพราะการดื้อรั้นเอาแต่ใจนั้นเป็นธรรมชาติของเด็กทุกคน ที่อยากได้อะไรก็ต้องการสิ่งตอบสนองเดี๋ยวนั้นทันที จนอาจติดเป็นนิสัย รอคอยไม่เป็น มีความใจร้อน ไม่มีเหตุผล ผสมผสานกับปัจจุบันนี้ที่โลกพัฒนาไปให้มีความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ทุกสิ่งทุกอย่างได้มาง่ายดาย ไม่ต้องใช้เวลารอคอยนาน ส่งผลกระทบต่อลักษณะนิสัย มีปัญหาในการควบคุมอารมณ์ กลายเป็นเด็กกระวนกระวายเอาแต่ใจเก่ง วันนี้เรามีวิธีในการสยบความดื้อ ฝึกความอดทนรู้จักการรอคอย มาฝากกัน จะมีวิธีใดบ้างนั้นไปติดตามกันเลย 1. บอกระยะเวลารอคอยที่ชัดเจน เด็กๆส่วนใหญ่มักจะหงุดหงิดที่จะต้องรู้สึกรอคอยอะไรนานๆ ดังนั้น สิ่งที่สามารถแก้ไขได้ดีที่สุดคือ การระบุเวลารอคอยให้เขาเข้าใจว่ามันมีที่สิ้นสุด โดยแนะนำให้เปลี่ยนคำว่า เดี๋ยวก่อน หรือ รออีกแป๊บเดียว เป็นการระบุเวลาไปเลย เช่น แม่ขอเวลาอีก 5 นาที จะทำให้เด็กเข้าใจช่วงระยะเวลารอคอย ไม่รู้สึกกระวนกระวาย และลดทอนความหงุดหงิดลงได้เป็นอย่างดี 2. ฝึกให้ลูกจัดลำดับความสำคัญให้เป็น ซึ่งถือเป็นทักษะที่สำคัญอย่างมาก โดยแนะนำให้คุณพ่อคุณแม่สอนให้ลูกจัดลำดับสิ่งที่สำคัญที่สุดก่อน ซึ่งจะต้องมีการฝึกฝนและทำอย่างต่อเนื่อง เช่น ถ้าหากลูกต้องการจะดูทีวี จะต้องมีการทำกิจวัตรประจำวันให้เสร็จเรียบร้อยเสียก่อน ไม่ว่าจะเป็นการอาบน้ำ ทานข้าว ทำงานบ้าน ช่วงระยะเวลานี้จะทำให้ลูกรู้จักการรอคอยมากยิ่งขึ้น โดยเราจะเน้นให้ทำสิ่งที่ยากและสำคัญที่สุดให้เสร็จก่อน และเลื่อนสิ่งที่ง่ายไว้เป็นลำดับสุดท้าย ถือเป็นกลยุทธ์เปลี่ยนนิสัยใจร้อนเอาแต่ใจ ให้ลูกมีความอดทนสูงมากยิ่งขึ้น 3. เรียนรู้ไปพร้อมกับการเล่น […]

รู้เท่าทัน อะดีโนไวรัส (Adenovirus) แพร่กระจายง่าย ทำลายหลายระบบในร่างกายเด็กเล็ก

อะดีโนไวรัส (Adenovirus)

อะดีโนไวรัส (Adenovirus) เชื้อไวรัสที่พ่อแม่ต้องเฝ้าระวังอย่างมากในยุคนี้ เชื้อโรคตัวร้ายที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นเด็กเล็กอายุ 6 เดือน – 5 ปี แพร่กระจายง่าย ไม่ได้อยู่แค่ที่ต่อมอะดีนอยด์ แต่ทำลายหลายระบบในร่างกายเด็ก ไม่ว่าจะเป็น ระบบทางเดินหายใจ ระบบทางเดินอาหาร นอกจากนี้ อธิบดีกรมการแพทย์ ยังเผยอีกว่าปัจจุบัน  Adenovirus มีส่วนทำให้ผู้ป่วยเด็กที่อายุน้อยกว่า 10 ปี  เป็นตับอักเสบเฉียบพลันเพิ่มสูงขึ้นอีกด้วย วันนี้เราจึงได้รวบรวมองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับ อะดีโนไวรัส มาฝากกัน จะมีอาการอย่างไร และสามารถป้องกันวิธีไหนได้บ้าง มาติดตามพร้อมๆกันเลย 1. อะดีโนไวรัส (Adenovirus) คืออะไร เป็นเชื้อไวรัสที่สามารถทำให้เกิดโรคได้หลายระบบ สามารถเกิดขึ้นได้กับเด็กทุกวัยแต่มักจะพบได้บ่อยในเด็กเล็กอายุ 6 เดือน – 5 ปี โดยเชื้อไวรัสชนิดนี้สามารถแบ่งออกเป็นได้หลายประเภท และแพร่กระจายได้ทุกฤดูกาลเช่นเดียวกับโรคไข้หวัดใหญ่เลย ระดับความรุนแรงของการติดเชื้อจะมีตั้งแต่น้อยไปจนถึงมาก โดยเฉพาะสำหรับเด็กที่ภูมิคุ้มกันบกพร่อง อาจมีอันตรายถึงขั้นตับอักเสบเฉียบพลันได้เลย 2. การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส เชื้อไวรัสตัวนี้สามารถแพร่กระจายได้หลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นการสัมผัสโดยตรงกับผู้ป่วยที่ติดเชื้อ เช่น การจับมือ การแพร่กระจายทางละอองฝอย โดยติดต่อกันจากการไอจาม หรือสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ที่ติดเชื้อ หรือการสัมผัสผ่านพื้นผิวที่มีการปนเปื้อน […]