5 อันดับ ยาทาแผลในปาก สำหรับคุณแม่ที่พักผ่อนน้อย ต้องมีติดบ้านไว้

แม่และเด็ก

ยาทาแผลในปาก เป็นอีกหนึ่งไอเทมที่ต้องมีติดบ้านไว้เลย เพราะแผลในปากนั้นสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคนและเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาโดยเฉพาะในช่วงที่พักผ่อนน้อย หรือดื่มน้ำไม่เพียงพอ อาการเหล่านี้มักจะกำเริบขึ้น และเมื่อเป็นแล้วจะส่งผลเสียทางด้านอารมณ์ ทำให้หงุดหงิด ทานอาหารไม่อร่อย เป็นเรื่องเล็กน้อยแต่มีผลต่ออารมณ์และความรู้สึกอย่างมากเลยทีเดียว วันนี้เราจะรวบรวมยาทาแผลในปากคุณภาพดี ใช้งานสะดวก แผลหายไว มาฝากกันจะมียี่ห้อไหนบ้างนั้นไปติดตามกันเลย Trinolone oral paste ยาทาปากชนิดนี้มีลักษณะเป็นขี้ผึ้ง มีคุณสมบัติช่วยสมานรอยแผลในช่องปากได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะแผลที่เกิดจากอาการร้อนใน การใช้งานเพียงแค่บีบเนื้อยาออกมาประมาณเท่าเม็ดถั่วเขียว จากนั้นป้ายบริเวณแผลที่เป็นก่อนเข้านอน ตัวยานี้จะค่อยๆซึมลงสู่ผิว โดยมีตัวยาสำคัญอย่าง ไตรแอมซิโนโลน ปริมาณ 0.1% ที่จะเข้าไปช่วยรักษาการอักเสบของแผลและลดอาการเจ็บปวดให้ทุเลาลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ  สำหรับใครที่มีแผลในช่องปากยานี้จะช่วยให้คุณดีขึ้นได้อย่างชัดเจน  KRESSLOG Trinolone Oral Paste มีคุณสมบัติช่วยรักษาอาการร้อนในและแผลในช่องปากได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื้อครีมจะมีลักษณะคล้ายขี้ผึ้ง ประโยชน์ของเนื้อครีมประเภทนี้คือจะช่วยให้ใช้งานง่ายและติดซึมลงสู่ผิวได้ง่ายยิ่งขึ้น จึงช่วยให้ยาสามารถออกฤทธิ์ได้อย่างตรงจุดนั้นเอง ความโดดเด่นของยาทาแผลในช่องปากยี่ห้อนี้คือจะมีตัวยาสำคัญอย่าง triamcinolone ในปริมาณ 1 มิลลิกรัมที่จะช่วยให้แผลนั้นดีขึ้นได้อย่างรวดเร็ว Himalaya Hiora-SG Gel คุณสมบัติของยาทาแผลในช่องปากยี่ห้อนี้โดดเด่นตรงการคัดสรรนำวัตถุดิบทางธรรมชาติเข้ามาผสมผสานอย่างลงตัว โดยใช้ประโยชน์จากธรรมชาติ อย่าง ชะเอม มาช่วยกำจัดเชื้อจุลินทรีย์ที่ก่อให้เกิดการอักเสบในช่องปาก  นอกจากนี้ยังมีจัสมิน ผักโขม และตีพาราที่มีคุณสมบัติในการช่วยสมานแผลร้อนในในช่องปากให้คุณหายได้อย่างรวดเร็วอย่างน่ามหัศจรรย์ รวมถึงช่วยลดการอักเสบในช่องปากได้อีกด้วย สำหรับใครที่ชื่นชอบผลิตภัณฑ์ออแกนิค ยาทาแผลในช่องปากนี้สามารถตอบโจทย์การใช้งานของคุณได้เป็นอย่างดีแน่นอน  […]

5 อันดับ สบู่เหลวล้างมือ กลิ่นหอมละมุน คงความชุ่มชื้น และขจัดเชื้อโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แม่และเด็ก

สบู่เหลวล้างมือ ในปัจจุบันถือเป็นอีกหนึ่งไอเท็มที่ควรมีติดบ้านไว้เลย ด้วยสถานการณ์โรคไวรัสโควิด-19 ระบาดอย่างหนัก นี่ยังไม่รวมถึงโรคติดเชื้อในเด็ก เช่น มือเท้าปาก ไวรัส RSV ฝีดาษลิง หรือโรคระบาดอื่นๆอีกมากมายในช่วงฤดูฝน ดังนั้นการรักษาสุขอนามัยที่ดีเป็นสิ่งที่จะช่วยกำจัดและป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ วันนี้เราจึงรวบรวมสบู่เหลวล้างมือที่มีประสิทธิภาพสามารถกำจัดเชื้อแบคทีเรียลงได้เป็นอย่างดีมาฝากกัน อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นไม่ทำให้มือแห้งอีกด้วยจะมีผลิตภัณฑ์ยี่ห้อใดบ้างนั้นก็ติดตามกันเลย สบู่เหลวล้างมือ BeNice เป็นแบรนด์ที่คุ้นเคยกันดีอยู่แล้วว่ามีกลิ่นหอมสดชื่น ฟองที่นุ่มละมุนที่สำคัญสามารถชำระล้างแบคทีเรียได้ถึง 99.99 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว  จึงทำให้คุณมั่นใจในความสะอาด โดยแบรนด์นี้ยังคงมุ่งหน้าพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆออกมาให้สามารถตอบโจทย์การใช้งานของลูกค้าให้มากที่สุด  โดยสบู่เหลวมีในนี้สามารถป้องกันผิวจากฝุ่น PM 2.5 ได้อีกด้วย คุณสมบัติที่โดดเด่นนอกจากจะกำจัดเชื้อแบคทีเรียได้ดีแล้วยังช่วยคงความชุ่มชื้นให้กับผิว ไม่ทำให้ผิวแห้งตึง เนียนนุ่มน่าสัมผัส เรียกได้ว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ต้องมีติดบ้านไว้อุ่นใจแน่นอน สบู่เหลวล้างมือ Dettol  เป็นแบรนด์ที่คุ้นหูกันดีอยู่แล้วว่ามีคุณสมบัติที่โดดเด่นในการลดการสะสมของเชื้อแบคทีเรียลงได้ถึง 99.9 เปอร์เซนต์เลยทีเดียว ให้คุณมั่นใจได้ว่าหลังจากล้างมือจะสามารถช่วยปกป้องให้คุณห่างไกลจากเชื้อโรคได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังคงความชุ่มชื้นให้มือของคุณมีสัมผัสที่เนียนนุ่ม ไม่แห้งตึง ชะลอการเกิดริ้วรอยก่อนวัยอันควร ที่สำคัญสามารถล้างได้บ่อยตามต้องการใช้งานสะดวกล้างออกง่าย เหมาะแก่การพกพาไปใช้ในทุกสถานที่ สบู่เหลวล้างมือ King’s Stella ANTIBACTERIAL ความโดดเด่นของแบรนด์นี้คือมุ่งมั่นพัฒนาและออกแบบผลิตภัณฑ์ให้มีดีไซน์ที่สวยงาม มีคุณสมบัติสามารถป้องกันเชื้อแบคทีเรียได้สูงถึง 99.9%  ที่สำคัญมีกลิ่นหอมละมุน ติดมือ มีความอ่อนโยนเพราะสกัดจากข้าวโพดอีกทั้งยังมีสารช่วยบำรุงมือของคุณให้นุ่มชุ่มชื้นอยู่ตลอดเวลาอีกด้วย ถึงแม้จะมีความอ่อนโยนแต่สามารถกำจัดเชื้อจุลินทรีย์ได้ดีเลยทีเดียว ไม่ทำให้ระคายเคืองผิวอย่างแน่นอน เป็นสบู่เหลวที่สามารถใช้ได้ทุกเพศทุกวัย ล้างออกง่าย […]

คุณแม่ห้ามพลาด สาเหตุและวิธีแก้ไขปัญหา ลูกชอบพูดแทรกทำอย่างไรดี มาดูกัน

แม่และเด็ก

สาเหตุและวิธีแก้ไขปัญหา ลูกชอบพูดแทรก คุณพ่อคุณแม่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้ไหม  เวลาเราคุยธุระสำคัญกับอยู่กับเพื่อนหรือผู้ใหญ่ แล้วลูกชอบพูดแทรก พูดขัดอยู่ตลอดเวลา จนทำให้การสนทนานั้นติดขัดไม่ราบรื่น และอาจจะสร้างความรู้สึกไม่ดีให้กับฝ่ายที่เรากำลังสนทนาได้ ถ้าสังเกตดีๆลูกเรามักจะมีพฤติกรรมเรียกร้องความสนใจ พยายามให้เราละจากสิ่งที่กำลังพูดคุย มาสนใจเขาให้มากขึ้นพฤติกรรมเหล่านั้น สามารถเกิดขึ้นได้กับเด็กทุกคน แต่ถ้าหากคุณพ่อคุณแม่ทราบถึงสาเหตุที่แท้จริงจะสามารถแก้ไขพฤติกรรมเหล่านี้ให้หมดไปได้อย่างถาวร วันนี้เราจึงรวบรวมสาเหตุและวิธีการแก้ไขปัญหาพฤติกรรมเหล่านี้ของลูกมาฝากกัน จะมีข้อปฏิบัติอย่างไรบ้างนั้น ไปติดตามกันเลย ลูกอาจมีอาการสมาธิสั้น เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ลูกนั้นชอบพูดแทรกอยู่ตลอดเวลา อาการสมาธิสั้นโดยส่วนใหญ่แล้วจะทำให้ลูกไม่ค่อยมีความอดทนกับการรอคอยเท่าที่ควร ซึ่งนอกจากจะมีอาการพูดแทรกกับคุณอยู่ตลอดเวลาแล้วยังมีอาการอื่นๆร่วมด้วย เช่น ลูกมักเหม่อลอยเป็นประจำ  มีอารมณ์หงุดหงิดฉุนเฉียวง่าย พูดอะไรมักไม่ตั้งใจฟัง หรือฟังไม่จบ ซึ่งถ้าหากมีอาการเหล่านี้แสดงว่าสาเหตุที่ชอบพูดแทรก อาจเป็นเพราะเขาสมาธิสั้นก็เป็นได้  วิธีแก้ไขอาการสมาธิสั้น ให้ผู้ปกครองลองสังเกตดูว่าอาการเหล่านี้เกิดจากการเลี้ยงดูหรือเกิดจากกรรมพันธ์ุ โดยส่วนใหญ่แล้วอาการที่เด็กสมาธิสั้นเกิดจากการเลี้ยงดูให้คุณพ่อคุณแม่แก้ไขได้โดยการหากิจกรรมที่ช่วยพัฒนาการทางด้านสติปัญญา และฝึกความอดทนให้กับลูก เช่น การวาดภาพ การปั้นดินน้ำมัน หรือชวนลูกอ่านนิทานก็สามารถช่วยลดอาการสมาธิสั้นและลดปัญหาที่ลูกชอบพูดแทรกลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ถ้าหากเกิดจากกรรมพันธุ์ จำเป็นต้องไปพบกุมารแพทย์เพื่อทำการประเมินว่าควรจะใช้ยาช่วยปรับสมดุลทางอารมณ์หรือไม่ ก็จะสามารถช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ได้อย่างตรงจุดมากยิ่งขึ้นนั่นเอง ลูกเรียกร้องความสนใจ นี่ก็ถือเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ลูกนั้นชอบพูดแทรกพ่อแม่ขณะคุยธุระ เมื่อเด็กๆเกิดความรู้สึกว่าตนเองไม่เป็นจุดสนใจ หรือพ่อแม่ให้ความสำคัญเขาน้อยลง เขาจะมีพฤติกรรมเรียกร้องความสนใจให้คุณกลับมาใส่ใจเขามากกว่าการพูดคุยกับคนอื่นในขณะนั้น ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้ก็ถือเป็นเรื่องปกติของเด็กทั่วไป วิธีแก้ไขหากลูกเรียกร้องความสนใจ คือให้ผู้ปกครองอธิบายให้เขาได้เข้าใจอย่างจริงจังด้วยความใส่ใจว่า ที่คุณพ่อคุณแม่กำลังคุยธุระอยู่นั้น ไม่ได้หมายความว่าเราสนใจลูกน้อยลง โดยให้คุณลองถามถึงเหตุผลว่าทำไมเขาถึงแสดงพฤติกรรมเหล่านั้นออกมา เพื่อให้ลูกได้อธิบาย จะได้มีความเข้าใจที่ตรงกัน ที่สำคัญคุณควรทำข้อตกลงกับลูกว่าถ้าหากกำลังติดธุระหรือคุยกับบุคคลอื่น เช่น การพูดคุยทางโทรศัพท์ ให้มีความอดทนไม่พูดแทรก […]

คุณแม่ห้ามพลาดกับ วิธีสอนลูกเอาตัวรอด เมื่อติดอยู่ในรถตู้ หรือรถยนต์ส่วนตัว

แม่และเด็ก

วิธีสอนลูกเอาตัวรอด เมื่อติดอยู่ในรถ หลายครั้งที่เราได้ทราบข่าวที่น่าสลด และยังคงเกิดการสูญเสียอย่าต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันนี้ ว่ามีเด็กขาดอากาศหายใจและเสียชีวิตอยู่บนรถโดยสาร เนื่องมาจากหลายสาเหตุ ส่วนใหญ่จะเกิดจากความผิดพลาดของผู้ใหญ่ที่ไม่รอบคอบ ตรวจสอบจำนวนเด็กให้ดีก่อนนำรถไปเก็บ จนเกิดความสูญเสียอย่างที่ไม่น่าให้อภัยเกิดขึ้น เพื่อตระหนักและลดเหตุการณ์ที่น่าเศร้าสลดนี้ลง วันนี้เราจึงรวบรวม วิธีสอนลูกให้รู้จักเอาตัวรอดด้วยตัวเอง เมื่ออยู่ในสถานการณ์ขับขันเช่นนี้ จะมีวิธีใดบ้างนั้น ไปติดตามกันเลย ปลูกฝังให้เด็กรู้จักใช้ประโยชน์จากแตรรถ โดยส่วนใหญ่แล้วแต่รถจะอยู่ตำแหน่งเดียวกันทุกคัน อุปกรณ์นี้จะสามารถช่วยส่งสัญญาณให้คนภายนอกรับทราบได้ ว่าคนภายในรถนั้นต้องการความช่วยเหลือ โดยให้คุณพ่อคุณแม่สอนให้ลูกรู้จักการใช้งาน จังหวะการกด ว่ากดอย่างไรถึงจะเป็นสัญญาณบอกได้ว่าต้องการความช่วยเหลือ เช่น เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินให้ลูกกดแตรรถในจังหวะที่ซ้ำๆและยาวๆ จะเป็นจุดสนใจและทำให้คนที่เดินผ่านไปผ่านมานั้นฉุกคิด และสังเกตเห็นได้ง่ายยิ่งขึ้น สอนให้รู้จักไฟฉุกเฉิน เป็นอีกหนึ่งจุดที่จะสามารถส่งสัญญาณให้บุคคลภายนอกรับรู้ได้ง่ายขึ้น การเปิดไฟฉุกเฉินเพื่อขอความช่วยเหลือนั้น เป็นที่ทราบโดยทั่วกันว่าหากมีสัญลักษณ์ไฟนี้ แสดงว่าคนภายในรถต้องการความช่วยเหลือ เมื่อเปิดสัญญาณไฟนี้ จะเกิดไฟกระพริบทั้งสี่มุมที่ด้านหน้า และหลังรถ จนทำให้ผู้คนระแวกนั้นสังเกตเห็นถึงความผิดปกติ และเข้ามาช่วยเหลือได้ทันท่วงที โดยแนะนำให้คุณพ่อคุณแม่หมั่นสอนให้น้องๆได้ลองปฏิบัติจริง เมื่อถึงยามจำเป็นจะได้รู้จักและใช้ได้ในทันทีนั่นเอง การปลดล็อคประตู เป็นอีกสิ่งหนึ่งตำแหน่ง ที่มีความสำคัญและจำเป็นอย่างมากในการใช้รถใช้ถนน เพราะถ้าเกิดเหตุลูกติดอยู่ภายในรถคนเดียว การปลดล็อคประตูเป็นนี้จะช่วยให้สถานการณ์ที่เลวร้ายนั้นดีขึ้น ลดการสูญเสีย ไม่เสียเวลาหาคนมาช่วย และที่สำคัญ เด็กจะไม่เสียขวัญและติดเป็นปมในใจซึ่ง นั่นส่งผลต่อพัฒนาการทางด้านอารมณ์และความรู้สึกไปในระยะยาว เมื่อเด็กเริ่มจดจำและสามารถรับรู้ได้แล้ว ให้คุณพ่อคุณแม่บอกตำแหน่งในการปลดล็อครถ ซึ่งตำแหน่งนี้มีทั้งคุณและโทษ จะต้องใช้อย่างระมัดระวัง ไม่เปิดขณะรถวิ่ง เพราะถ้าเด็กเล่นซนและเผลอไปปลดล็อคประตูเอง ก็อาจเกิดอุบัติเหตุตามมาได้เช่นกัน […]

5 อันดับ นมผงสำหรับเด็ก สารอาหารครบถ้วน ส่งเสริมพัฒนาการลูกได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

แม่และเด็ก

นมผงสำหรับเด็ก เป็นอีกหนึ่งทางเลือกรองลงมาจากน้ำนมแม่ เป็นผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเสริมสร้างสุขภาพร่างกายของลูกให้มีความแข็งแรง และเสริมสร้างพัฒนาการที่ดีในแต่ละวันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ประกอบไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์ไม่ว่าจะเป็น DHA , ARA, MFGM, Probiotics, Sphigomyelin เป็นต้น ที่จะเข้ามาช่วยเสริมสร้างระบบประสาทพัฒนาสมอง เสริมสร้างกล้ามเนื้อรวมไปถึงเพิ่มจุลินทรีย์สายพันธุ์ดี ที่มีประโยชน์กับร่างกาย มีลูกน้อยแข็งแรงสมวัย วันนี้เราจึงได้รวบรวมนมผงสำหรับเด็กที่แม่แม่ส่วนใหญ่ไว้วางใจ จะมียี่ห้ออะไรบ้างเลยไปติดตามกันเลย Dumex Dupro สูตร 2 ความโดดเด่นของนมผงยี่ห้อนี้คือจะมีราคาย่อมเยาแตกต่างจากแบรนด์แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพอยู่คู่กับคนไทยมาอย่างยาวนานกว่า 50 ปี นมสดนี้ถูกดัดแปลงมาจากสูตรที่ 1  โดยยังคงมีสารอาหารครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น DHA, ARA รวมไปถึงไขมันโอเมก้า 3,6,9 และวิตามินที่จำเป็นต่างๆของร่างกายเช่นวิตามินเอ สังกะสี ใยอาหารแอลซีฟอส ที่มีคุณสมบัติละลายน้ำได้ ช่วยกระตุ้นการทำงานของแบคทีเรียดีในลำไส้ ลดอาการท้องผูกในเด็ก ช่วยให้อุจจาระนิ่มขึ้น ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคุณแม่ท่านไหนที่จะประสบกับปัญหาเราท้องผูก  BEBE นมผง ตราหมี  สูตร 2 เป็นนมผงที่ให้ปริมาณแคลเซียมและเหล็กสูงมาก รวมไปถึงยังใช้วิตามิน a d c k  ช่วยบำรุงร่างกายได้อย่างครบถ้วน เป็นแบรนด์ที่มีความโด่งดังมากในประเทศไทย มีความน่าเชื่อถือสูง […]

5 ผลิตภัณฑ์ Sebamed บำรุงและดูแลผิวลูกน้อย ให้มีสุขภาพดี

แม่และเด็กใหม่

แนะนำผลิตภัณฑ์ Sebamed ช่วยปกป้อง และบำรุงผิวของลูกน้อยอย่างอ่อนโยน อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าผิวของเด็กทารกนั้นมีความบอบบางเป็นพิเศษ ดังนั้นผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการดูแลผิวจะต้องมีความอ่อนโยนและปลอดภัย ซึ่งผลิตภัณฑ์ Sebamed เป็นแบรนด์ที่แม่ๆส่วนใหญ่ให้ความไว้วางใจ เหมาะกับทุกสภาพผิว มีให้เลือกหลากหลายผลิตภัณฑ์ ผ่านกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐานและมีความปลอดภัยสูงสำหรับผิวเด็กทารก  วันนี้เราจึงมาแนะนำผลิตภัณฑ์ Sebamed  ไว้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับคุณแม่ ได้ดูแลผิวลูกน้อย จะมีผลิตภัณฑ์อะไรบ้างนั้นไปติดตามกันเลย ครีมทาผื่นผ้าอ้อม  Sebamed Baby Diaper Rash Cream  เป็นผลิตภัณฑ์ที่ฮอตฮิต และมีประโยชน์มากสำหรับผิวของลูก เป็นครีมที่ไว้สำหรับบรรเทาอาการผื่นแดงหรือพื้นที่เกิดจากการแพ้ผ้าอ้อม แพ้แพมเพิสหรือบริเวณที่อับชื้นบ่อยๆ เช่น ก้นเด็ก โดยครีมบำรุงผิวชนิดนี้มีไขมันเชิงซ้อนที่อุดมไปด้วยสควาเลนและเลซิติน ที่มีคุณสมบัติช่วยสมานผิวและลดการระคายเคือง ทำให้อาการผื่นแพ้ผ้าอ้อมในเด็กนั้นดีขึ้น เผยผิวใหม่ที่เรียบเนียน ลดอาการคันลงได้เป็นอย่างดี อีกครั้งในตัวครีมยังมีไทเทเนียมไดออกไซด์ที่ช่วยเป็นเกราะป้องกันผิวให้ผิวหน้าแข็งแรง และมีสุขภาพดียิ่งขึ้น เรียกได้ว่าเป็นครีมทาผื่นแพ้ที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับ 1 สำหรับคุณแม่เลยก็ว่าได้ ข้อดีสำหรับครีมทาผื่นผ้าอ้อมนี้คือจะซึมซาบเข้าสู่ผิวได้อย่างรวดเร็วไม่เหนียวเหนอะหนะ และไม่ก่อให้เกิดการอุดตัน สำหรับการทาผื่นที่มีอาการแพ้อย่างรุนแรง ลิปบาล์ม Sebamed Baby Lip Balm ป้องกันปากแตกแห้งเป็นขุย สำหรับเด็กบ้านไหนที่มีอาการปากแห้ง ปากแตกลิปบาล์มของ Sebamed นี้ จะตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี ความโดดเด่นของลิปบาล์มนี้คือมีส่วนผสมจากไขมันพืชเช่น แคนเดลิลลา […]

5 พฤติกรรม ทำร้ายลูกทางอ้อมที่อาจส่งผลกระทบต่อพัฒนาการ

แม่และเด็กใหม่

พฤติกรรมทำร้ายลูกทางอ้อม แน่นอนอยู่แล้วว่าพ่อแม่ทุกคนจะต้องอยากส่งเสริมให้ลูกมีพัฒนาการที่ฉลาดสมวัย เป็นเด็กที่มีความสามารถและมีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้น จนในบางพฤติกรรม จากความปรารถนาดี กลายเป็นการคาดหวังและสร้างความกดดันให้กับลูกมากจนเกินไป ส่งผลกระทบต่อจิตใจและทำให้ความมั่นใจในตัวเองของลูกลดน้อยลง ซึ่งถือเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่คุณควรตระหนักและให้ความสำคัญ วันนี้เราจึงรวบรวมพฤติกรรมที่อาจทำร้ายลูกทางอ้อมมาฝากกัน จะมีอะไรบ้างนั้น ไปติดตามกันเลย บงการและกำกับลูกมากเกินไป พ่อแม่หลายคนมีความตั้งใจและอยากเอาใจใส่ลูกให้มากที่สุด เพราะอยากปลูกฝังให้ลูกเติบโตมาเป็นเด็กที่มีระเบียบวินัยและเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ ด้วยการกำกับ เข้มงวดในการใช้ชีวิติ หรือจู้จี้จุกจิกกับลูกมากจนเกินไป จนทำให้เขาไม่เป็นตัวของตนเอง ตัดสินใจเองไม่เป็น เพราะต้องคอยกังวลว่าสิ่งที่ทำลงไปนั้นจะถูกใจคุณพ่อคุณแม่หรือไม่ พฤติกรรมเหล่านี้จะทำให้ไปจํากัดความสามารถของลูก ทำให้เขาไม่สามารถแสดงศักยภาพได้เท่าที่ควร พฤติกรรมเหล่านี้จะทำให้ลูกรู้สึกว่าตนเองไม่มีค่า ดังนั้นถ้าหากคุณอยากให้ลูกเติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพต้องอยากไปกำกับจํากัดความสามารถของลูกมากจนเกินไป ปล่อยให้เขาเป็นอิสระและมีความยืดหยุ่นชีวิต จะทำให้เขามีความสุขกับการใช้ชีวิตมากขึ้น ทำลายความมั่นใจในตัวลูก อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าคุณพ่อคุณแม่นั้นต้องอยากเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกอยู่แล้ว จึงทำให้หลายคนเลือกที่จะปฏิเสธความต้องการของลูกลง เช่น ไม่เลือกอยู่ที่ลูกชอบ แต่เรื่องชุดที่ถูกใจคุณมากกว่า ซึ่งสิ่งที่เลวร้ายกว่านั้นคือบางคน ใช้วิธีการโน้มน้าวจิตใจลูกด้วยกันพูดถึงข้อเสียในการใส่ชุดที่ลูกชอบขึ้นมา พฤติกรรมเหล่านี้จะไปทำลายความมั่นใจในตัวลูกลง ทำให้เขาขาดความมั่นใจ และไม่กล้าที่จะแสดงความคิดเห็นในครั้งต่อไป ไม่รับฟังความคิดเห็นของลูก หลายคนคิดว่าปัญหาที่เกิดขึ้นภายในบ้านนั้นเป็นปัญหาของผู้ใหญ่ไม่ควรให้เด็กต้องมารับรู้ หรือ ไม่ยอมรับฟังความคิดเห็นของลูก พฤติกรรมเหล่านี้จะกลายเป็นการปิดกั้นไม่ให้ลูกรับรู้ถึงปัญหา และมองข้ามความรู้สึกของลูกไป จนอาจทำให้เขารู้สึกว่าตนเองไม่มีคุณค่า และทำให้เขารู้สึกว่าไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งในครอบครัว ไม่มีสิทธิ์ในการตัดสินใจหรือทำอะไรไม่เป็นเอง แนะนำว่าหากภายในบ้านกำลังมีปัญหาอะไรเกิดขึ้น คุณควรบอกกล่าวหรือแชร์เรื่องราวให้ลูกได้รับฟังบ้าง เพื่อให้เขารู้ว่าตัวเองก็มีความสำคัญ ตอกย้ำความผิดพลาด ข้อนี้ถือเป็นอีกหนึ่งข้อที่สำคัญที่คุณพ่อคุณแม่หลายคนมองข้าม ยกตัวอย่างเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นประจำ เช่นการสอนการบ้านลูก หากลูกลืมวิธีคิด หรือหาคำตอบผิด […]

7 เคล็ดลับ เล่นน้ำกับลูกอย่างไรให้ปลอดภัยไม่เกิดการสูญเสีย

แม่และเด็กใหม่

เคล็ดลับ เล่นน้ำกับลูกอย่างไรให้ปลอดภัย เป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่คุณจะต้องใส่ใจและไม่ควรมองข้าม ประโยชน์ของการให้ลูกเล่นน้ำนั้นมีมากมายหลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านสังคม ด้านร่างกาย ด้านสติปัญญา หรือรวมไปถึงด้านอารมณ์  เรียกได้ว่ามีประโยชน์ครอบคลุมพัฒนาการในทุกๆด้านเลยก็ว่าได้ จึงทำให้คุณพ่อคุณแม่หลายท่านมองหาสระว่ายน้ำ หรือคอร์สเรียนว่ายน้ำ เพื่อส่งเสริมพัฒนาการของลูกให้ฉลาดสมวัยนั่นเอง วันนี้เราจึงรวบรวมเคล็ดลับและกฎการพาลูกน้อยลงสระน้ำอย่างไรให้ปลอดภัย ป้องกันลูกจมน้ำมาฝากกันจะมีวิธีใดบ้างนั้น ไปติดตามกันเลย วอร์มร่างกายก่อนลงสระน้ำ ก่อนที่คุณพ่อคุณแม่จะพาลูกลงเล่นน้ำนั้นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญและห้ามมองข้ามอย่างเด็ดขาด นั่นคือการส่งเสริมให้ลูกออกกำลังกาย วอร์มร่างกายให้พร้อมก่อนลงเล่นน้ำ เพื่อกระตุ้นร่างกาย และป้องกันการเกิดตะคริวหรือแขนขาอ่อนแรงในขณะเล่นน้ำนั้นเอง ลงเล่นน้ำกับลูก เป็นอีกหนึ่งเคล็ดลับที่ผู้ปกครองควรให้ความสำคัญ ถ้าหากอยากให้ลูกเล่นน้ำอย่างปลอดภัย จำเป็นอย่างมากที่คุณจะต้องลงเล่นน้ำไปพร้อมๆกับเขาในสระน้ำ เพื่อได้ดูแลเขาอย่างใกล้ชิดและไม่คาดสายตา เพราะถึงแม้ว่าคุณตั้งใจดูเขาอยู่บนสระน้ำ แต่จะต้องมีบางนาทีที่คุณอาจเผลอสนใจสิ่งรอบข้าง มากกว่าลูก เช่น การตอบแชทงาน การคุยโทรศัพท์ เป็นต้น ให้คุณตระหนักไว้ว่าเพียงแค่เสี้ยววินาทีเดียวคุณก็อาจจะเสียลูกจากการจมน้ำได้ ดังนั้นวิทีที่ดีที่สุดคือลงไปอยู่กับเขาในสระน้ำด้วย หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน คุณจะได้ช่วยเข้าได้อย่างทันท่วงทีนั่นเอง สอนให้ลูกคุ้นเคยกับน้ำ ตั้งแต่ยังเล็กเป็นสิ่งที่ดี การสร้าง ความคุ้นเคยนี้ คุณอาจจะเริ่มจากการชวนลูกอาบน้ำก่อน โดยเริ่มได้ตั้งแต่ 3 เดือนแรก  เมื่อถึงช่วงวัยที่ต้องเรียนว่ายน้ำ ลูกจะสามารถปรับตัวได้ง่ายมากขึ้น และเรียนรู้วิธีการดูแลตัวเองให้ปลอดภัยเมื่อต้องอยู่ในน้ำได้เร็วมากขึ้น วิธีนี้จะช่วยให้เขาไม่ตื่นตระหนก และมีสติมากกว่าเด็กที่ไม่เคยเล่นน้ำมาก่อนเลย ให้ร่างกายได้พักเหนื่อย ในการเล่นน้ำ เด็กอาจจะรู้สึกสนุกสนานและเพลิดเพลินอย่างมาก จนลืมตรวจสอบตัวเองว่ามีความเหนื่อยล้าเกินไปหรือไม่ เป็นหน้าที่ของคุณพ่อคุณแม่ที่ต้องคอยสังเกตุอาการของลูก […]

5 เคล็ดลับ สอนลูกให้ดูแลตัวเองได้เป็นอย่างดี

แม่และเด็กใหม่

การสอนลูกให้ดูแลตัวเองเป็น นั้นถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่ผู้ปกครองไม่ควรละเลย ถึงแม้ว่าคุณจะดูแลลูกได้อย่างใกล้ชิดตลอดเวลา ซึ่งความสัมพันธ์ที่ดีภายในครอบครัวนั้น เป็นพื้นฐานที่จะสร้างภูมิคุ้มกันให้ลูกได้แข็งแกร่ง แต่คุณจะต้องฝึกฝนให้ลูกรู้จักดูแลตัวเองให้เป็น ช่วยเหลือตัวเองได้เมื่อยามไม่มีคุณอยู่ใกล้ๆ เป็นอีกหนึ่งทักษะสำคัญที่จะช่วยให้ลูกเติบโตมาอย่างมีคุณภาพ จะมีเคล็ดลับใดบ้างนั้นไปติดตามกันเลย กระตุ้นพัฒนาการของลูกด้วยคำพูดเชิงบวก คำพูดเป็นสิ่งแรกที่คุณสามารถปฏิบัติตามได้ในทันที ทุกครั้งที่ลูกเริ่มทำอะไรใหม่ๆ ถึงแม้จะประสบความสำเร็จหรือไม่ก็ตาม สิ่งที่ผู้ปกครองควรพูดกับเด็ก คือคำพูดเชิงบวก ที่สนับสนุนและส่งเสริมให้เขาพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งต่างๆได้อย่างเต็มที่เช่น “แม่รู้ว่าลูกทำได้”  “ไม่เป็นอะไรค่ะลูกพยามยามดีมากเลย” เป็นคำพูดเชิงบวก ที่จะสร้างกำลังใจให้เขาอยากทำสิ่งเหล่านั้นมากยิ่งขึ้น ซึ่งจากงานวิจัย ด้านจิตวิทยา พบว่า หากคุณพ่อคุณแม่ มีความคิดหรือมีคำพูดเชิงบวก จะช่วยผลักดันให้กูเกิดทัศนคติและพฤติกรรมที่ดีและส่งเสริมให้เขาพัฒนาตนเองได้อย่างก้าวกระโดด ส่งเสริมให้ลูกรู้จักแก้ปัญหาเป็น อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า ในแต่ละวันไม่มีอะไรที่สำเร็จราบรื่นตลอดเวลาดังนั้นทักษะการแก้ปัญหาจึงเป็นอีกหนึ่งทักษะที่ลูกจะต้องเรียนรู้และฝึกฝน เพื่อที่ให้เขาเติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์แก้ไขปัญหาได้อย่างเหมาะสมนั้นเอง ซึ่งจะทำให้เขาสามารถพึ่งพาตนเองได้ โดยที่ไม่มีเรา คุณพ่อคุณแม่สามารถทำได้โดยการส่งเสริมให้ลูกแก้ปัญหาด้วยตนเอง ไม่ช่วยแก้ปัญหาในทุกเรื่อง เพียงแต่และชวนให้ลูกได้ใช้ความคิดมากยิ่งขึ้น จะช่วยให้เขาสามารถเรียบเรียง ลำดับเหตุการณ์ และแก้ไขปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้นได้อย่างเหมาะสม อีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยให้เขาสามารถดูแลตนเองได้แก้ปัญหาเป็นด้วยการปล่อยให้ลูกเบื่อบ้าง เพื่อกระตุ้นให้ลูกหาวิธีการแก้ความเบื่อด้วยตัวของเขาเอง โดยที่คุณไม่ต้องพยายามหากิจกรรมต่างๆมา Entertain หรือกระตุ้นให้ลูกเล่นอยู่ตลอดเวลา วิธีนี้จะช่วยให้เด็กเกิดกระบวนการความคิดและสามารถเอาตัวรอดได้เก่งมากขึ้น ชวนลูกทำงานบ้าน อีกหนึ่งทักษะที่จะช่วยให้ลูกสามารถแก้ไขปัญหาและดูแลตัวเองได้เป็นอย่างดี นั่นคือการปลูกฝังทักษะการทำงานบ้านให้กับลูกตามช่วงวัย มีงานวิจัยที่ได้ศึกษาและพบว่าเด็กที่เริ่มทำงานบ้านตั้งแต่ยังเล็ก จะช่วยให้เขาสามารถเรียนรู้และมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ของตนเองมากยิ่งขึ้น รู้จักพึ่งพาตัวเองและที่สำคัญยังสามารถช่วยส่งเสริมให้ลูกเกิดความมั่นใจในตัวเองได้มากยิ่งขึ้นอีกด้วย ดังนั้นถ้าหากคุณอยากให้ลูกมีทักษะในการดูแลตัวเองอย่างดี ชวนเขาทำงานบ้านง่ายๆ ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว ให้ลูกได้ใช้ความคิดและตัดสินใจเอง หลายครั้งที่คุณพ่อคุณแม่มีความเป็นห่วงและอยากให้ลูกได้สิ่งที่ดีที่สุด […]

5 ข้อที่คุณต้องเผชิญ เมื่ออยากตัดสินใจเป็นคุณแม่ฟูลไทม์

แม่และเด็กใหม่

สิ่งที่ต้องเผชิญเมื่อต้องการเป็นคุณแม่ฟูลไทม์ เรียกได้ว่า เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่หนักอกหนักใจสำหรับคุณแม่อย่างมากเลยทีเดียว โดยเฉพาะคนที่ชื่นชอบและรักในการทำงาน มีงานประจำที่คุณรักให้ทำในทุกๆวัน แต่เมื่อต้องการเป็นคุณแม่หลายคนเลยมีความลังเลระหว่างการทิ้งหน้าที่การงานรวมถึงรายได้ที่มาใช้หลายอย่างในครอบครัว กับการหันมาเป็นคุณแม่ฟูลไทม์ โฟกัสเรื่องลูกอย่างเต็มที่ ซึ่งสิ่งที่คุณได้กลับมาคือช่วงเวลาที่มีค่าและพัฒนาการของลูกพี่เติบโตขึ้นในแต่ละวัน จึงทำให้คุณแม่หลายท่านไม่สามารถตัดสินใจได้วันนี้เราจึงรวบรวมสิ่งที่คุณแม่ต้องเผชิญเมื่อจะตัดสินใจเลี้ยงลูกอยู่บ้าน และผันตัวเป็นคุณแม่ฟูลไทม์ มาฝากกัน คุณต้องทำงานหนักเพิ่มขึ้น  อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าตั้งแต่ที่คุณต้องการสิ่งที่แม่ทุกคนจะต้องมุ่งมั่นตั้งใจไว้อย่างเด็ดเดี่ยวคือการเป็นแม่ที่ดีที่สุดให้กับลูก ซึ่งแน่นอนว่าถ้าคุณผันตัวมาเป็นคุณแม่ครูทำแล้วเราก็สิ่งที่คุณจะต้องเผชิญคือการรับหน้าที่ทำงานหนักเพิ่มขึ้นโดยใช้เวลาเฉลี่ยประมาณ 14 ชั่วโมงต่อวันถ้าเทียบกับการทำงานในออฟฟิศหรืองานประจำของคุณแม่โดยเฉลี่ยแล้ว 8 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งทำให้เห็นได้ชัดเจนว่าการผันตัวเป็นคุณแม่ครูทานนั้นคุณต้องมีความมุ่งมั่นตั้งใจ และอาจจะส่งผลให้คุณมีภาวะเครียดสะสมขึ้นได้แต่สิ่งที่คุณจะได้กลับมา คือช่วงเวลาที่มีค่ากับลูกนั่นเอง  คุณอาจจะต้องเผชิญกับความรู้สึกโดดเดี่ยวบ้างในบางเวลา การที่คุณจะต้องอยู่บ้านเลี้ยงลูกตลอด 24 ชั่วโมงอาจทำให้คุณมีภาวะเครียดสะสม และอาจจะกังวลในหลากหลายด้าน รวมถึงสิ่งที่คุณได้ทิ้งมาหน้าที่การงาน ตัวตนของคุณ ปฏิสัมพันธ์ทางสังคมที่คุณเคยมี หลายคนอาจมองว่าการ เลี้ยงลูกอยู่บ้านนั้นเป็นเรื่องที่สบาย น่าอิจฉา ตรงกันข้าม แต่ถึงอย่างไรก็ตามมีคุณแม่ฟูลไทม์ไม่น้อยที่มีความสุข ที่ได้ใช้เวลาอันมีค่าร่วมกับลูก ได้อบรมสั่งสอน ได้เล่น ได้เรียนรู้กันอย่างใกล้ชิด ได้เฝ้าดูพัฒนาการและเรียนรู้ซึ่งกันและกัน สำหรับคนที่กำลังลังเลและอยากตัดสินใจเป็นคุณแม่ฟูลไทม์ สิ่งที่คุณจะได้รับกลับคืนมา นั่นคือคุณจะได้อยู่บ้านมาร่วมกับลูก ได้เล่น ได้เรียนรู้ซึ่งกันและกัน เป็นช่วงเวลาที่ไม่สามารถหาจากที่ไหนได้ และที่สำคัญ ช่วงเวลาทองเหล่านี้ เกิดขึ้นแค่ครั้งหนึ่งของชีวิตเด็กเท่านั้น เมื่อเขาเริ่มเข้าโรงเรียน ลูกจะเริ่มเติบโตและมีสังคมอื่นเข้ามา ชีวิตเขาจะไม่ได้มีเพียงแค่คุณเท่านั้นอีกต่อไป ดังนั้นข้อดีของคุณแม่ฟูลไทม์คือคุณจะได้ตักตวงช่วงเวลาที่แสนพิเศษนี้ได้มากกว่าคุณแม่ที่ต้องทำงานประจำนั่นเอง คุณอาจจะมีช่วงเวลาที่โหยหาอยากทำงาน นักจิตวิทยาได้กล่าวไว้ว่าคุณแม่ […]