5 วิธีรับมือกับนิสัย เถียงคำไม่ตกฟากของลูก พร้อมกับสาเหตุและวิธีแก้ปัญหาที่ถูกต้อง

การแก้ไข

วิธีรับมือกับนิสัยเถียงคำไม่ตกฟากของลูก อีกหนึ่งปัญหาที่สร้างความกังวลใจให้กับแม่ๆได้มากเลยทีเดียวกับนิสัยชอบพูด ชอบเถียงของเด็กๆ ซึ่งคุณทราบหรือไม่ว่า เป็นอีกหนึ่งพัฒนาการของลูกน้อยในช่วง 3-5 ปี ที่กำลังมีความคิดเป็นของตนเองและกำลังฝึกฝนกระบวนการความคิดให้พัฒนาขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง ถ้าสังเกตดีๆจะพบว่าในช่วงนี้ลูกจะมีทักษะการสื่อสารที่ดีมากยิ่งขึ้นจึงใช้ยามใช้คำพูดที่จะอธิบายความรู้สึกและแสดงความต้องการของตนเองให้มากขึ้นกว่าเดิมจนอาจกลายเป็นการเถียงพ่อแม่ขึ้นได้ แต่ที่จริงแล้วลูกแค่จะพยายามสื่อสารและอธิบายทุกอย่างที่เขาต้องการให้คุณทราบเท่านั้นเอง ดังนั้นจำเป็นอย่างมากที่คุณจะต้องมีวิธีการรับมือกับคำถามหรือปัญหาเหล่านั้นได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม ซึ่งจะทำให้พัฒนาการของลูกนั้นก้าวกระโดดและไม่เป็นการตัดโอกาสทางความคิดของลูกด้วย  1. ไม่เข้าใจความหมายของภาษาอย่างถ่องแท้ ถือเป็นสาเหตุหลักเลยที่ทำให้ลูกอาจจะใช้ภาษาในรูปแบบที่ไม่เหมาะสมมากนัก เพราะภาษาไทยส่วนใหญ่แล้วมีความหมายที่ลึกซึ้ง ถ้าหากยังสื่อสารไม่คล่องแคล่ว อาจทำให้กลายเป็นภาษาที่ห้วน ดูไม่น่าฟังเหมือการเถียง แต่อันที่จริงแล้วลูกอาจแค่อธิบายถึงความรู้สึกของเขาในขณะนั้น เท่านั้นเอง เช่น เมื่อเขารู้สึกไม่อยากทำ ให้คุณพ่อคุณแม่พยายามใช้คำพูดหรือเรียบเรียงภาษาให้ลูกเข้าใจได้ง่ายยิ่งขึ้น จะช่วยให้ลูกซึมซับและใช้ภาษาได้ดียิ่งขึ้น 2. อาจเกิดจากการเลียนแบบพฤติกรรมของคนใกล้ชิด ธรรมชาติของเด็กนั้นมักจะเรียนรู้กับสิ่งที่อยู่รอบตัว ถ้าหากสิ่งแวดล้อมของลูกเต็มไปด้วยการพูดจาโต้เถียง หรือมีพฤติกรรมที่พูดห้วนๆไม่น่าฟัง ลูกก็จะเรียนแบบและจดจำนำมาทำตามบ้าง เพราะคิดว่าเป็นพฤติกรรมที่ถูกต้องใครๆก็ทำกันทั่วไป ดังนั้น แนะนำว่าให้พยายามหลีกเลี่ยงภาษาหรือพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมเวลาอยู่ต่อหน้าลูก งดการโต้เถียง และลดการใช้สีหน้าท่าทางที่ไม่เหมาะสม ให้ควบคุมสติและอารมณ์ให้อยู่ จะช่วยลดพฤติกรรมการเถียงพ่อแม่ลงได้มากเลยทีเดียว 3. ยอมรับและเข้าใจว่าเป็นธรรมชาติของเด็ก คุณพ่อคุณแม่จะสังเกตได้ว่าการถกเถียงนั้นเป็นเรื่องธรรมดาของเด็กในวัยที่กำลังช่างพูดช่างจา ให้คุณพยายามเข้าใจว่านี่คือธรรมชาติของเด็กซึ่งแต่ละคนอาจจะมีวิธีการแสดงออกที่แตกต่างกัน เด็กบางคนโต้เถียงเพราะอาจจะแสดงความรู้สึกที่ไม่เห็นด้วย และพยายามที่จะบอกกล่าวถึงสิ่งที่เขาต้องการ ในขณะที่เด็กบางคนไม่ใช้การถกเถียงแต่เป็นพฤติกรรมที่นิ่งเฉยแต่ไม่เชื่อฟังก็มี ซึ่งถ้าเป็นลักษณะนี้แนะนำว่าให้คุณสังเกตพฤติกรรมของลูกและพยายามปรับตัวเข้าหาลูกไม่ปิดกั้นในการแสดงความคิดเห็นของลูก และไม่ออกคำสั่ง เพราะ จะยิ่งทำให้ลูกนั้นเกิดการต่อต้านมากยิ่งขึ้นนั่น   4. ถกเถียงเพื่อต้องการเป็นที่ยอม อีกหนึ่งสาเหตุที่คุณพ่อคุณแม่ต้องเปิดใจของพฤติกรรมการชอบเถียงของลูกนั่นคือการอยากให้ตัวเองเป็นที่ยอมรับของคนอื่นมากยิ่งขึ้น จึงพยายามที่จะอธิบายความคิดของตนเองออกมา และถ้าหากเกิดการคัดค้านหรือปฏิเสธขึ้น ลูกก็อาจจะมีพฤติกรรมที่หาเหตุผลมาอธิบาย […]