7 โภชนาการสำหรับลูกน้อยวัย 1-2 ขวบ

7 โภชนาการสำหรับลูกน้อยวัย 1-2 ขวบ

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าน้ำทารกแรกเกิดจนถึง 6 เดือนอาหารที่สำคัญที่สุดคือน้ำนมแม่ตารางจากนั้นลูกน้อยจำเป็นต้องได้รับอาหารเสริมที่มีคุณค่าทางอาหารอย่างครบถ้วนหนังสั้นมีอายุครบ 6 เดือนเป็นต้นไป เพื่อช่วยในการเสริมสร้างการเจริญเติบโตให้สมบูรณ์และแข็งแรงได้มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะช่วงในวัย 1-2 ขวบเป็นช่วงของการเจริญเติบโตและมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วคุณพ่อคุณแม่จึงควรใส่ใจทางด้านโภชนาการของลูกเป็นพิเศษ เมื่อก้าวเข้าสู่ในวัย 1 ขวบถือว่าเป็นวัยที่ต้องได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วนทั้ง 3 มื้อ รวมถึงอาหารว่างที่มีประโยชน์สำหรับลูกน้อย ในวัยนี้อาหารจะแตกต่างจากในวัยแรกเกิดที่ดื่มนมเพียงอย่างเดียว แต่สามารถความแข็งแรงให้กับลูกได้ด้วยน้ำนมแม่เช่นเดิม วันนี้เราจึงรวบรวมสารอาหารที่จำเป็นสำหรับหนูน้อยวัย 1-2 ขวบ เพื่อให้ถูกหลักโภชนาการ จะมีสารอาหารใดบ้างนั้นไปติดตามกันเลย 1.โปรตีน ถือเป็นสารอาหารหลักที่ใช้ในการเจริญเติบโต โปรตีนเป็นสารสำคัญที่จะช่วยเสริมสร้างและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกายช่วยบำรุงสุขภาพให้ลูกน้อยเจริญเติบโตเช่นมาได้อย่างสมบูรณ์แข็งแรง โดยโปรตีน 1 กรัมจะสามารถให้พลังงานได้ 4.1 กิโลแคลอรี่ ปริมาณที่ลูกน้อยในวัย 1 ขวบนั้นควรได้รับโปรตีนจำนวน 14 กรัมต่อวัน โดยคำนวณจากค่าน้ำหนักตัว ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก น้อยหนึ่งของลูกน้อยควรได้รับสารอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ เช่น ข้าวสวย น้ำมันถั่วเหลือง เนื้อสัตว์ ไข่ ผักใบเขียว นอกจากนี้คุณแม่อาจจะอาหารว่างเป็นผลไม้ จำนวน 1-2 เป็นต้น แหล่งที่พบโปรตีนได้มากที่สุดได้แก่เนื้อสัตว์ เช่น ปลาแซลมอน ปลาทูน่า ไข่ไก่ […]

แม่ให้นมห้ามพลาด รวมเรื่องน่าสงสัยที่แม่ให้นมอยากรู้

แม่ให้นมห้ามพลาด รวมเรื่องน่าสงสัยที่แม่ให้นมอยากรู้

สำหรับคุณแม่ท่านไหนที่กำลังให้นมลูกน้อยอยู่นั้น ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาทองที่สำคัญที่สุดในชีวิตของคนเป็นแม่เลยก็ว่าได้ เพราะน้ำนมที่ให้ลูกน้อยทานนั้น ล้วนแล้วแต่มีคุณประโยชน์ทั้งทางด้านร่างกาย ด้านโภชนาการ รวมถึงการพัฒนาสมองของลูกน้อย ที่จะเติบโตขึ้นมาอย่างมีคุณภาพ ร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ มีภูมิต้านทานต่อเชื้อโรคและแบคทีเรียต่างๆที่สามารถพบเจอได้ในชีวิตประจำวัน อีกทั้งลูกน้อยยังฉลาดสมวัยจากสารอาหารและวิตามินที่ส่งผ่านทางน้ำนมแม่ได้อีกด้วย นั้นนั้น คุณแม่ที่ให้นมอยู่จึงต้องระมัดระวังในหลายๆด้านเป็นพิเศษ และอาจมีหลายคำถามที่กำลังสงสัยอยู่ในขณะนี้ว่าสิ่งไหนสามารถทำได้ ไม่ได้ หรือมีผลกระทบใดต่อลูกน้อยหรือไม่ วันนี้เราจะมาไขข้อสงสัยเหล่านั้นไปพร้อมๆกัน 1.น้ำนมสีเหลืองคืออะไร เป็นคำถามที่น่าจะเกิดขึ้นกับคุณแม่หลายๆท่าน ซึ่งน้ำนมสีเหลืองนี้คุณแม่จะพบได้ในทุกคน เป็นน้ำนมส่วนแรกที่ร่างกายผลิตขึ้นมาในช่วงหลังคลอด มีเพียง 1-3 วันหลังคลอดเท่านั้น น้ำนมส่วนนี้เรียกว่า โคลอสตรัม ถือว่าเป็นช่วงระยะแรกของการสร้างน้ำนมแม่ ซึ่งจะมีสารอาหารสูงมาก อาทิ โปรตีน โซเดียม ไขมัน อีกทั้งยังมีวิตามินที่เป็นประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตของลูกน้อยอย่างมากมาย  ช่วยให้ลูกมีภูมิต้านทานที่สูงขึ้น แข็งแรงมากขึ้น เมื่อน้ำนมส่วนนี้หมดไป จะกลายมาเป็นน้ำนมสีขาวขุ่น ที่จะช่วยในเรื่องของการเจริญเติบโตแทน 2.น้ำนมส่วนหน้า มีความใส จะมีประโยชน์ต่อลูกน้อยหรือไม่? น้ำนมแม่ถือว่ามีประโยชน์ทุกหยด น้ำนมในส่วนแรกที่ใสมักจะพบบ่อยมากในช่วงที่คัดเต้านมบ่อยๆ น้ำนมในส่วนนี้จะมีปริมาณโปรตีนสูง ส่วนน้ำนมส่วนท้ายนั้นจะมีปริมาณไขมันสูง จะมีปะโยชน์ในเรื่องของการเพิ่มน้ำหนักตัว สำหรับคุณแม่ท่านไหนที่ให้ลูกเข้าเต้านั้น ควรให้ลูกได้รับทั้งน้ำนมส่วนแรกและน้ำนมส่วนหลังจะดีที่สุด ให้ดูดจนเกลี้ยงเต้า ลูกน้อยจะได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วน 3.ลูกไม่ยอมเข้าเต้า ถือเป็นปัญหาใหญ่สำหรับคุณแม่ เพราะอาจส่งผลทางด้านจิตใจ ทำให้คุณแม่เศร้าเสียใจ เกิดความเครียด กังวลจากการที่ลูกไม่ยอมดูดเต้า […]

สฟิงโกไมอีลิน และ 2’- FL มีประโยชน์ต่อลูกน้อยอย่างไร 

สฟิงโกไมอีลิน และ 2’- FL มีประโยชน์ต่อลูกน้อยอย่างไร 

อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าในน้ำนมแม่นั้นมีสารอาหารที่สำคัญและจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของลูกน้อยอย่างมากซึ่งนมแม่นั้นถือเป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับลูกน้อย โดย องค์การอนามัยโลก (WHO) และ ยูนิเซฟ มีคำแนะนำว่าควรให้นมแม่ทันทีตั้งแต่ 1 ชั่วโมงแรกหลังคลอดไปจนถึง 6 เดือน จะทำให้ลูกน้อยนั้นมีสุขภาพที่แข็งแรง ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับลูกน้อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ คุณแม่สามารถให้นมลูกต่อเนื่องไปจนถึง 2 ปีควบคู่ไปกับการทานอาหารที่เหมาะสมตามช่วงวัยจะช่วยให้ลูกน้อยเติบโตมาได้อย่างมีคุณภาพ โดยสารอาหารที่สำคัญและขาดไม่ได้เลยคือ สฟิงโกไมอีลิน และ 2’- FL ที่จะเข้ามาช่วยเสริมสร้างให้ลูกน้อยนั้นฉลาดและสามารถเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งคุณแม่หลายท่านอาจจะยังไม่ทราบว่าสารอาหารเหล่านี้มีประโยชน์มากเพียงใด วันนี้เราจึงรวบรวมคุณประโยชน์ของสารอาหารเหล่านี้มาให้คุณแม่ได้ทราบกัน เพื่อส่งเสริมให้การเลี้ยงลูกน้อยนั้นฉลาดสมวัยและเติมโตมาอย่างมีคุณภาพนั่นเอง 1.สฟิงโกไมอีลิน เป็นไขมันในน้ำนมแม่ที่จะเป็นบันไดให้ลูกน้อยได้ก้าวสู่วัยที่ฉลาดเรียนรู้ ช่วยเสริมสร้างและพัฒนาสมองของลูกน้อยให้สามารถเรียนรู้ได้ไวมากยิ่งขึ้น สฟิงโกไมอีลิน  มีผลต่อการทำงานของสมองโดยตรงช่วยเชื่อมโยงการทำงานของระบบประสาทของลูกน้อยให้มีกลไกการทำงานที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพิ่มความเร็วในการส่งสัญญาณไปยังสมองช่วยให้ลูกน้อยเรียนรู้ไว ซึ่งสามารถสร้างและพบได้มากในช่วง 2 ปีแรกของการเจริญเติบโต  2.แหล่งที่พบ สฟิงโกไมอีลิน จะพบได้มากที่สุดในน้ำนมแม่ ไข่ และผลิตภัณฑ์ประเภทนมเช่น ครีม ชีส จึงเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่องค์การอนามัยโลกแนะนำให้คุณแม่ให้นมลูกอย่างน้อย 6 เดือนและต่อเนื่องจนถึง 2 ปี เพราะน้ำนมแม่เป็นแหล่งของไขมันชั้นดี ซึ่งสฟิงโกไมอีลิน จะเป็นสารสำคัญที่ช่วยสร้าง ไมอีลิน ในสมอง ที่เป็นตัวส่งเสริมให้ลูกน้อย ฉลาด เรียนรู้ได้ไว นั่นเอง […]

ห้ามพลาด คุณแม่มือใหม่กับการสต็อคน้ำนมให้คงคุณค่าของสารอาหารมากที่สุด

ห้ามพลาด คุณแม่มือใหม่กับการสต็อคน้ำนมให้คงคุณค่าของสารอาหารมากที่สุด

สำหรับคุณแม่มือใหม่ที่เลี้ยงลูกด้วยน้ำนมแม่อยู่นั้นต้องห้ามพลาด กับสาระดีๆที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ อย่างวิธีการเก็บน้ำนมและการละลายน้ำนมที่ถูกต้อง และคงคุณค่าของสารอาหารให้ลูกน้อยได้มากที่สุด เนื่องจากไขมันในน้ำนมแม่นั้นมีประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตในทุกด้านของลูกน้อย มีน้ำย่อยไขมันช่วยให้ลูกน้อยขับถ่ายได้อย่างสะดวก รวมถึง กรดไขมันที่จำเป็นต่อการพัฒนาเซลล์สมองอย่าง DHA  โพรไบโอติก พรีไบโอติก เป็นต้น ซึ่งสารอาหารเหล่านี้ลูกน้อยจะได้ผ่านทางน้ำนมแม่ จึงสังเกตได้ว่าเด็กทารกที่เลี้ยงด้วยน้ำนมแม่จะมีความแข็งแรงสมบูรณ์ ดังนั้นการทำสต็อคน้ำนมที่ถูกวิธีจึงเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ เพื่อให้คุณค่าของน้ำนมยังคงอยู่เหมือนที่เคย จะต้องมีการสต็อคน้ำนมแม่ให้ถูกวิธี เพื่อคงคุณค่าของสารอาหารในน้ำนมให้ได้มากที่สุด วันนี้เราจึงมีวิธีการเก็บน้ำนมและการละลายน้ำนมที่ถูกต้องมาฝากกัน จะมีวิธีทำอย่างไรบ้างนั้น ไปติดตามกันเลย 1.น้ำนมแม่นั้น แบ่งออกได้เป็น 3 ช่วง ดังนี้คือ น้ำนมส่วนแรก เรียกว่า โคลอสตรัม เป็นน้ำนมสีเหลืองข้น ที่ร่างกายจะผลิตขึ้นมาภายใน  1-3 วันหลังคลอด น้ำนมส่วนนี้มีประโยชน์มากที่สุด ถือเป็นวัคซีนเข็มแรกที่จะช่วยลูกน้อยมีระบบภูมิคุ้มกันที่ดี มีวิตามิน แร่ธาตุและโปรตีนต่างๆที่สำคัญต่อการเจริญเติบโตของลูกน้อย ระยะน้ำนมปรับเปลี่ยน เป็นน้ำนมที่ผลิตขึ้นมาในช่วง 5 วันจนถึง 2 สัปดาห์หลังคลอด จะมีลักษณะที่ขาวข้น ช่วยในเรื่องของการเจริญเติบโต และระยะน้ำนมแม่ เป็นช่วงสุดท้ายของการผลิตน้ำนม ที่จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับลูกน้อย  2.ระยะน้ำนมแม่ จะเป็นน้ำนมที่ส่วนใหญ่นำมาสต็อคเก็บไว้ให้ลูกทาน ในกรณีที่ลูกทานไม่หมดระหว่างวัน หรือช่วยได้ในกรณีที่คุณแม่ต้องกลับไปทำงานหลังคลอด การสต็อคน้ำนมแม่จะมีประโยชน์ช่วยให้ลูกได้ทานนมแม่อย่างต่อเนื่อง ในปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการ […]

อาหารมื้อแรกในวัย 6 เดือน ต้องมีสฟริงโกไมอีลิน

อาหารมื้อแรกในวัย 6 เดือน ต้องมีสฟริงโกไมอีลิน

อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าเด็กทารกนั้น สามารถเริ่มรับประทานอาหารได้ในวัย 6 เดือน เนื่องจากร่างกายเริ่มมีพัฒนาการที่มากยิ่งขึ้น การทานนมแม่หรือนมผงเพียงอย่างเดียว ทำให้ลูกน้อยไม่สามารถได้รับสารอาหารได้อย่างเพียงพอ จึงต้องมีการเสริมด้วยอาหารบด ที่อุดมไปด้วยโปรตีน คาร์โบไฮเดรต กรดไขมัน วิตามิน แคลเซียม รวมถึงสฟริงโกไมอีลินด้วย ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ขาดไม่ได้เลย เพราสฟริงโกไมอีลิน จะมีส่วนช่วยสร้างไมอีลิน ซึ่งเป็นปลอกหุ้มเซลล์ประสาท ช่วยให้การส่งสัญญาณไปยังระบบประสาทนั้นทำงานได้รวดเร็ว ว่องไวมากยิ่งขึ้นนั่นเอง ดังนั้น มื้อแรกทั้งทีจะต้องมีสฟริงโกไมอีลิน ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดี ช่วยให้ลูกน้อยมีพัฒนาการที่ฉลาดสมวัยนั่นเอง 1.อาหารมื้อแรกของลูกน้อย ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการเจริญเติบโตที่สมวัย เป็นการฝึกพัฒนาการในด้านต่างๆได้เป็นอย่างดี อาหารในมื้อแรกจะเริ่มจากปริมาณที่น้อยๆ เพื่อให้ลูกน้อยได้ฝึกการใช้ลิ้น หรือฝึกทักษะการใช้ริมฝีปาก รวมถึงฝึกการกลืนได้อีกด้วย โดยจะให้ทารกทานอาหารทีละอย่าง โดยจะเว้นระยะ 2 สัปดาห์แล้วจึงเปลี่ยนเป็นอาหารชิ้นใหม่ วิธีนี้จะช่วยให้เราสังเกตการแพ้อาหารของลูกน้อยได้ด้วย 2.จัดอาหารให้มีความหลากหลาย อาทิ เนื้อสัตว์ ผลไม้ ทั้งนี้เพื่อสร้างความคุ้นเคยให้กับลูกน้อยได้เป็นอย่างดี โดยอาหารที่ให้ลูกน้อยทานนั้นจะต้องเหมาะสมตามช่วงวัย เพราะในเด็กทารกนั้น ระบบการย่อย และดูดซึมสารอาหารยังทำงานได้ไม่สมบูรณ์ จึงต้องค่อยๆปรับสูตรอาหาร เพื่อให้ร่างกายเริ่มทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นตามลำดับ 3.เนื้อสัมผัสอาหาร นั้นก็สำคัญ จะช่วยให้ลูกน้อยสัมผัสได้ถึงความแตกต่างของอาหารแต่ละชนิด  โดยจัดให้เหมาะกับพัฒนาการของเด็กทารก ที่เริ่มจากอาหารเหลว เพื่อปรับให้ระบบการย่อยทำงานได้ดียิ่งขึ้น จากนั้นจึงเปลี่ยนเป็น อาหารกึ่งเหลว […]