สาระน่ารู้กับ โรคขาดธรรมชาติ ที่ส่งผลกระทบต่อพัฒนาการโดยตรง

โรคขาดธรรมชาติ อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าเด็กสมัยใหม่นี้เติบโตมาพร้อมกับวิวัฒนาการของเทคโนโลยีที่ก้าวกระโดด ทำให้การสื่อสาร และการเรียนรู้ จะต้องพึ่งพาเทคโนโลยีมากยิ่งขึ้น จนทำให้กลายเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก และใช้งานกันจนเคยชิน จนเกิดความไม่สมดุลในชีวิต ลูกติดจอและขาดอุปกรณ์ไอทีต่างๆไม่ได้เลย ทำให้ไปเบียดเบียนเวลาทอง ของการเรียนรู้นอกบ้าน ทำให้ลูกสัมผัสกับธรรมชาติน้อยลง จนเกิดเป็นปัญหา โรคขาดธรรมชาติ เกิดขึ้นเอง ดังนั้นวันนี้เราจึงรวบรวมสาระน่ารู้เกี่ยวกับโรคนี้มาฝากกัน สำหรับใครที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดได้เลย

1. โรคขาดธรรมชาติคืออะไร

1. โรคขาดธรรมชาติคืออะไร

หลายคนยังคงคำถาม วันนี้เราจะมาไขข้อสงสัยไปพร้อมๆกัน โรคขาดธรรมชาติหรือที่เรียกว่า Nature Deficit Disorder จะเกิดขึ้นได้กับเด็กที่ไม่ได้มีการใช้ชีวิตเชื่อมโยงกับธรรมชาติมากเท่าที่ควร ไม่ได้สัมผัสหรือเรียนรู้กับกิจกรรมนอกบ้านหรือนอกห้องเรียน ส่วนมากจ้ะใช้ชีวิตอยู่กับหน้าจอโทรศัพท์มือถือ หรือคอมพิวเตอร์เป็นส่วนใหญ่ มันกลายเป็นเด็กที่หมกมุ่นอยู่แต่กับตัวเอง ไม่มีความคิดสร้างสรรค์ หรือไม่มีจินตนาการที่ก้าวไกลเมื่อเทียบกับเด็กที่ได้สัมผัสกับธรรมชาติอยู่เสมอไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ ต้นหญ้า ลำธาร สวนเด็กเล่น เป็นต้น 

2. ผลกระทบของโรคขาดธรรมชาติ

2. ผลกระทบของโรคขาดธรรมชาติ

จากที่กล่าวมาข้างต้นโรคนี้เกิดจาก เด็กที่ใช้ชีวิตอยู่กลางแจ้งลดน้อยลง จะส่งผลให้เด็กนั้นนึกถึงแต่ตัวเอง มากกว่าการเรียนรู้และเข้าใจผู้อื่น หรือในเด็กบางคนมีปัญหาทางด้านพฤติกรรมและอารมณ์ ที่มีแนวโน้มว่าจะกลายเป็นเด็กสมาธิสั้น คือจะสังเกตได้ว่าเด็กจะไม่สามารถจดจ่ออยู่กับอะไรได้นานๆ ถ้าหากเป็นหนักอาจถึงขั้นมีภาวะซึมเศร้ารวมด้วย ซึ่งผลกระทบของโลกนี้คือเด็กจะไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตนเองได้เลย แล้วจะทำให้เขามีปัญหาในการเข้าสังคมในอนาคตนั่นเอง

3. สาเหตุของโรคขาดธรรมชาติ

3. สาเหตุของโรคขาดธรรมชาติ

จากการสำรวจแล้วพบว่าเกิดจากการเลี้ยงดูของพ่อแม่เป็นหลัก ที่ส่วนใหญ่แล้วจะให้ลูกอยู่แต่กลับในบ้าน อาจจะด้วยจากหลายเหตุผล ไม่ว่าจะเป็นในยุคโรคโควิด-19 ระบาดเช่นนี้อาจจะกลัวลูกติดเชื้อ จึงให้เล่นอยู่ในบ้านเป็นส่วนใหญ่ หรือพ่อแม่บางท่านจะต้องทำงาน ไม่มีเวลาในการพาลูกออกไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะ หรือรวมไปถึง ลดความซนของลูกน้อยลงด้วยการให้ลูกเล่นโทรศัพท์มือถือ หรือดูการ์ตูนแทน ซึ่งเด็กส่วนใหญ่จะชอบดูหน้าจอ และอยู่นิ่งมากยิ่งขึ้น แต่คุณทราบหรือไม่ว่า ภาพในโทรศัพท์มือถือ หรือในทีวีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เป็นสาเหตุที่ทำให้ลูกสมาธิสั้น และมีนิสัยเอาแต่ใจมากยิ่งขึ้น

4. วิธีการดูแลและป้องกัน

4. วิธีการดูแลและป้องกัน

ต้องเริ่มจากสาเหตุหลักคือ หลีกเลี่ยงการให้ลูกใช้หน้าจอโทรศัพท์มือถือหรือคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน คุณจะต้องกำหนดเวลาอย่างชัดเจน ใช้เท่าที่จำเป็น เพราะการท่องโลกอินเตอร์เน็ตนั้นก็มีประโยชน์ในการเรียนรู้เช่นกัน แต่เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อพัฒนาการทางด้านอื่นๆต้องใช้ในระยะเวลาที่จำกัดไม่เกิน 1 ชั่วโมงต่อวันเท่านั้น นอกจากนี้คุณจะต้องพาลูกออกไปทำกิจกรรมนอกบ้านบ้าง เช่น เดินเล่นสวนสาธารณะ ปลูกต้นไม้ เล่นน้ำทะเล หรือดูสัตว์ชนิดต่างๆ กิจกรรมเหล่านี้จะช่วยให้เด็กนั้นมีจินตนาการ และมีความคิดสร้างสรรค์มากกว่าอยู่ในบ้าน ที่สำคัญคุณจะต้องเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับลูก ไม่มีพฤติกรรมการติดโทรศัพท์ คุณพ่อคุณแม่จะต้องมีความกระตือรือร้นที่จะออกไปทำกิจกรรมนอกบ้านบ้าง ไปออกไปออกกำลังกาย เดินเล่น ที่สนามกีฬากลาง เป็นต้น  สามารถช่วยเบี่ยงเบนความสนใจและช่วยให้ลูกมีความกระตือรือร้นที่อยากออกไปเล่นนอกบ้านมากยิ่งขึ้นนั่นเอง

เป็นอย่างไรกันบ้างสำหรับ โรคขาดธรรมชาติ ที่เรานำมาฝากในวันนี้  จะเห็นได้ว่า เป็นอีกหนึ่งโรคที่อันตรายและไม่ควรมองข้ามเลยทีเดียว  เพราะโรคนี้จะส่งผลกระทบต่อพัฒนาการของลูกโดยตรง ที่แย่ไปกว่านั้นคืออาจทำให้ลูกเป็นเด็กสมาธิสั้นได้ อีกทั้งยังทำให้เกิดปัญหาอื่นๆตามมาอย่างมากมาย แต่ในปัจจุบัน ก็ปฏิเสธหรือหลีกเลี่ยงการใช้เทคโนโลยีได้ยากมาก เปรียบเสมือดาบสองคม ที่ต้องใช้อย่างระมัดระวัง ถึงแม่ว่าวิวัฒนาการของโลกและเทคโนโลยีจะเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนาไปอย่างไร ผู้ปกครองควรให้ความสำคัญในการเลี้ยงดู ปลูกฝังทัศนคติในการใช้เทคโนโลยีอย่างถูกต้อง หากใช้ให้เป็น ก็จะเกิดประโยชน์มากกว่าโทษอย่างแน่นอน  

Facebook
Twitter