5 เคล็ดลับ ปรับทัศนคติเปลี่ยนนิสัยเด็กขี้เกียจให้กลายเป็นเด็กขยัน ได้อย่างง่ายดาย

เปลี่ยนนิสัยเด็กขี้เกียจให้ขยัน ต้องเข้าใจก่อนว่านิสัยขี้เกียจนั้นสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่จะมีมากมีน้อยแตกต่างกันออกไป ให้คุณพ่อคุณแม่ลองสังเกตพฤติกรรมของลูกดูว่า ลูกของเรามีภาวะเข้าข่ายเป็นเด็กขี้เกียจหรือไม่ เด็กบางคนไม่ยอมทำอะไรเลย ใช้ชีวิตเอาแต่ใจ ส่วนใหญ่จะนอนกับเล่นเกม ถ้าหากปล่อยให้มีพฤติกรรมแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ ลูกจะติดนิสัยรักสบาย จนกลายเป็นเด็กที่ไม่สามารถช่วยเหลือ หรือทำอะไรเองเป็นเลย แต่คุณไม่ต้องเป็นกังวลใจไป วันนี้เรามีเคล็ดลับในการปรับทัศนคติให้กับลูก โดยไม่กระทบกระเทือนจิตใจมาฝากกัน จะมีวิธีใดบ้างนั้น ไปติดตามกันเลย

1. สนับสนุนลูกให้ทำในสิ่งที่เขารัก

1. สนับสนุนลูกให้ทำในสิ่งที่เขารัก

ในช่วง 3-4 ขวบคุณพ่อคุณแม่จะเริ่มสังเกตเห็นได้แล้วว่าเด็กนั้นชื่นชอบการเล่นสนุกในรูปแบบใด และมีความตื่นเต้นหรือรู้สึกตื่นตัวกับสิ่งใดมากเป็นพิเศษ เช่น อยากทำกับข้าวกับพ่อแม่ อยากช่วยแม่ซักผ้า ชื่นชอบการกวาดบ้าน เป็นต้น ซึ่งช่วงเวลานี้จะถือเป็นช่วงเวลาทองที่คุณจะสามารถปลูกฝังและฝึกนิสัยรักความขยันนี้ไว้ให้กับลูก ซึ่งในช่วงนี้คุณพ่อคุณแม่ไม่ควรห้ามลูกทำในสิ่งต่างๆที่เขาอยากทำ ไม่ควรบังคับให้เขานั่งอยู่เฉยๆ แต่ในทางกลับกันให้คุณมอบหมายหน้าที่เล็กๆน้อยๆ ให้กับลูกตั้งแต่ยังเด็ก จะช่วยให้เขารู้สึกมีคุณค่าและชื่นชอบทำในสิ่งต่างๆมากกว่าการอยู่เฉยๆ

2. หลีกเลี่ยงการตำหนิลูก

2. หลีกเลี่ยงการตำหนิลูก

แต่ให้ปรับเปลี่ยนมาเป็นวิธีการตักเตือนจะดีกว่า ซึ่งปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเด็กส่วนใหญ่นั้นจะชอบเพลิน และสนุกอยู่กับการเล่นของเล่นต่างๆของเขา จนทำให้คุณพ่อคุณแม่บางท่านตำหนิ บ่นว่าลูกขี้เกียจ ไม่ช่วยทำงาน คุณทราบหรือไม่ว่าคำพูดนี้ส่งผลต่อพฤติกรรมของลูก เมื่อลูกฟังแล้วจะมีความรู้สึกในเชิงลบและเกิดการต่อต้านมากยิ่งขึ้น ให้คุณปรับเปลี่ยนแบบเป็นวิธีการตักเตือน หรือชักชวนให้เขามาช่วยเราทำงานบ้างเล็กๆน้อยๆ จะเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยฝึกและปรับทัศนคติให้เขาเป็นเด็กที่มีความขยันขึ้นมาได้ โดยไม่ทำร้ายความรู้สึกของลูก

3. มอบหมายหน้าที่ให้ลูก

3. มอบหมายหน้าที่ให้ลูก

เป็นเรื่องสำคัญมากถ้าหากคุณอยากปรับทัศนคติและปลูกฝังนิสัยขยันให้กับลูก เป็นหน้าที่ที่จะหาหน้าที่เล็กๆน้อยๆให้ลูกได้มีส่วนร่วมในงานบ้าน หรือกิจกรรมต่างๆที่จะช่วยให้เขารู้สึกว่าตนเองมีคุณค่ามากยิ่งขึ้น เช่น การมีส่วนร่วมในการจัดโต๊ะอาหาร ช่วยคุณพ่อรดน้ำต้นไม้ ช่วยให้อาหารสัตว์ สิ่งเหล่านี้ถ้าหากปฏิบัติเป็นประจำจะทำให้เขารู้สึกคุ้นเคยและซึมซับจนกลายเป็นนิสัยว่าเขาต้องทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของคนในครอบครัวและต้องมีความรับผิดชอบในหน้าที่ของตนเอง จะช่วยให้เขาเติบโตมาเป็นเด็กที่มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น

4. ชื่นชมลูกทุกครั้งเมื่อทำดี

4. ชื่นชมลูกทุกครั้งเมื่อทำดี

คุณพ่อคุณแม่หลายท่านอาจจะมองข้ามข้อดีของการชมเชยลูกไป แต่คุณทราบหรือไม่ว่าเด็กๆนั้นจะมีแรงผลักดันมากยิ่งขึ้นถ้าหากเขาได้รับคำชมจากพ่อแม่ที่มาจากใจ ลูกๆจะรู้สึกอยากทำสิ่งนั้นมากขึ้นเรื่อยๆเพราะเขาสามารถรับรู้ได้ว่าสิ่งที่เขาทำนั้นถูกต้องและเป็นประโยชน์ จึงทำให้ได้รับคำชม ในขณะเดียวกันถ้าหากคุณตำหนิลูกอยู่เสมอจะทำให้เขาหมดกำลังใจ แล้วจะทำให้เขาเบื่อหน่ายจนไม่อยากทำสิ่งเหล่านั้นจนติดเป็นนิสัยแล้วอาจจะกลายเป็นความขี้เกียจในอนาคตได้

5. ห้ามเปรียบเทียบลูกเด็ดขาด

5. ห้ามเปรียบเทียบลูกเด็ดขาด

หลายครั้งที่พ่อแม่บางท่านนั้นมักนำลูกของตัวเองไปเปรียบเทียบกับเด็กคนอื่นที่มีลักษณะนิสัยดีกว่า เก่งกว่า ขยันมากกว่า แต่คุณทราบหรือไม่ว่าการเปรียบเทียบลูกกับเด็กคนอื่นนั้นจะทำให้ลูกมีความรู้สึกเชิงลบ และทำให้เขาเกิดการต่อต้านมากยิ่งขึ้น ไม่มีพลังในตัวเอง ไม่รู้สึกยินดีหรือมองตนเองว่ามีคุณค่า ให้คุณลองปรับเปลี่ยนมาเป็นการค่อยๆปลูกฝังนิสัยที่ดีให้กับลูก เขาจะค่อยๆซึมซับและกลายเป็นเด็กที่มีคุณภาพในอนาคตได้อย่างแน่นอน

เป็นอย่างไรกันบ้างสำหรับ เคล็ดลับการ เปลี่ยนนิสัยเด็กขี้เกียจให้ขยัน ที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ จะเห็นได้ว่า เรื่องของคำพูดนั้นมีผลต่อจิตใจเด็กอย่างมาก ถ้าหากคุณอยากปรับทัศนคติที่ดีให้กับลูก อาจจะต้องใช้จิตวิทยาในการพูดที่ดี เพื่อไม่ให้กระทบต่อจิตใจ และลดการต่อต้านของลูกลง ในขณะเดียวกัน ถ้าหากคุณกำหนดขอบเขตหน้าที่ของลูกอย่างชัดเจน จะช่วยให้เขามีความรับผิดชอบ และรู้จักหน้าที่ของตัวเองได้มากยิ่งขึ้น สำหรับบ้านไหนที่กำลังประสบกับปัญหาลูกติดนิสัยขี้เกียจอยู่นั้น ลองนำเคล็ดลับเหล่านี้ไปปรับใช้ดู รับรองว่าลูกของคุณจะมีพฤติกรรมที่ดีขึ้นอย่างแน่นอน

Facebook
Twitter