สัญญาณอันตรายที่ “คุณแม่ตั้งครรภ์” ควรระวังหากเกิดขึ้นห้ามปล่อยไว้เด็ดขาด !

สัญญาณอันตรายที่ “คุณแม่ตั้งครรภ์” ควรระวังหากเกิดขึ้นห้ามปล่อยไว้เด็ดขาด !

   เมื่อไรที่คุณแม่เริ่มตั้งครรภ์ คุณแม่ทุกคนก็ย่อมระมัดระวังตัวเองดีที่สุด คงไม่มีใครอยากให้เกิดภาวะอันตรายขึ้น แต่อุบัติเหตุย่อมเกิดขึ้นได้ทุกเวลาหากละเลยการดูแล วันนี้มีวิธีสังเกตสัญญาณอันตรายสำหรับ “แม่ท้อง” มาฝาก หวังว่าคงเป็นประโยชน์กับคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ทั้งหลายหากอยากทราบไปดูกันเลย 

1. การคลื่นไส้และอาเจียนมากผิดปกติ

เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามโดยเด็ดขาด เพราะโดยทั่วไปแล้วคุณแม่จะมีอาการขึ้นไส้อาเจียนหรืออาการแพ้ท้องเพียงตอนเช้า เพียงในช่วงสามเดือนแรกเท่านั้น แต่หากรู้สึกว่ามีอาการมากเกินไป จนไม่สามารถทานอาหารได้ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที ไม่ควรปล่อยไว้

2. อาการไข้สำหรับคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์

2. อาการไข้สำหรับคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์

ไม่ใช่เรื่องปกติเพราะอาจจะทำให้คุณแม่เกิดการติดเชื้อได้ หากมีไข้ขึ้นสูงเกิน 37.5 องศาเซลเซียส ขึ้นไป ห้ามซื้อยามาทานเองโดยเด็ดขาด ควรปรึกษาแพทย์ทันที ไม่ควรปล่อยไว้เช่นกัน เพราะอาจทำให้เกิดภาวะช็อกได้ 

3. อาการเลือดออกทางช่องคลอด

เป็นอันตรายกับคุณแม่ตั้งครรภ์อย่างยิ่ง เพราะอาจเกิดจากสาเหตุ “ตั้งครรภ์นอกมดลูก” รกเกาะต่ำ รกลอกตัวก่อนกำหนดได้ ดังนั้นต้องรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที หากมีเลือดออกทางช่องคลอด

4. การมีของเหลวไหลออกจากช่องคลอด

4. การมีของเหลวไหลออกจากช่องคลอด

ไม่ว่าจะเป็นน้ำเมือกหรือตกขาวที่มากเกินไปจนผิดปกติ ยิ่งหากมีกลิ่นเหม็นร่วมด้วย คุณแม่ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันที ไม่ควรปล่อยไว้นานและคุณแม่ต้องหมั่นสังเกตสิ่งเหล่านี้ไม่ให้เกิดขึ้น

5. อาการปวดน่องหรือปวดขา

5. อาการปวดน่องหรือปวดขา

ควรต้องระวังให้มากเป็นพิเศษ หากเป็นตะคริวที่ขา นั่นถือว่าเป็นอาการปกติสำหรับคนตั้งครรภ์ แต่หากมีอาการปวดอย่างรุนแรง ทั้งที่พยายามยืดเท้าหรือเดินแล้วก็ยังไม่หาย อาจเป็นสาเหตุมาจาก “หลอดเลือดอุดตันที่บริเวณขา” ได้สิ่งเหล่านี้ไม่ควรเกิดขึ้น คุณแม่ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาวิธีรักษาและป้องกันอย่างถูกวิธี

6. มีอาการท้องแข็งในช่วงเดือนแรกๆ

6. มีอาการท้องแข็งในช่วงเดือนแรกๆ

ไม่ใช่อาการปกติที่ต้องคอยระวังให้มาก เพราะโดยปกติแล้วอาการท้องแข็งมักจะเกิดในช่วงไตรมาสสุดท้าย ดังนั้นหากมีอาการท้องแข็งในช่วงแรกคุณแม่ควรรีบพบแพทย์ทันที

7. รู้สึกแสบเวลาปัสสาวะ

เป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลยเป็นอันขาด คุณแม่ต้องรีบปรึกษาแพทย์โดยด่วน เพราะนั่นอาจเป็นการติดเชื้อของทางเดินปัสสาวะได้

8. หากลูกดิ้นน้อยลง

8. หากลูกดิ้นน้อยลง

นับว่าเป็นเรื่องอันตรายอีกเรื่องหนึ่ง เพราะหมายถึง “ลูกน้อยในครรภ์อาจได้รับสารอาหารและออกซิเจนไม่เพียงพอ” ซึ่งโดยปกติแล้วทารกมักจะเริ่มดิ้นในช่วงประมาณสัปดาห์ที่ 16  –  22 และดิ้นเพิ่มตามอายุครรภ์ และจะดิ้นขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเด็กแต่ละคนจะดิ้นในแบบของเขาที่แตกต่างกันออกไป

9. อาการน้ำคร่ำแตก

9. อาการน้ำคร่ำแตก

เป็นเรื่องสำคัญเพราะโดยปกติแล้วน้ำคร่ำจะเป็นน้ำใสๆ ไม่มีความเหนียว จะคล้ายๆกับน้ำปัสสาวะถ้ารั่วแค่เปียกกางเกงชั้นในเท่านั้น แต่ถ้าแตกหมายถึงปริมาณน้ำจะมากจนเปียกชุ่ม และไหลออกมาตามขาแม้ยังไม่ครบกำหนดคลอด ดังนั้นหากเกิดอาการเหล่านี้ต้องรีบนำตัวคุณแม่ส่งโรงพยาบาลเลยด่วน

10. อาการครรภ์เป็นพิษ

10. อาการครรภ์เป็นพิษ

อาการคันเป็นพิษถือเป็นภาวะฉุกเฉิน และร้ายแรงอย่างมากที่ไม่ควรปล่อยไว้ ซึ่งมีอาการหลักๆคือสามอาการได้แก่ “อาการจุกแน่นที่บริเวณลิ้นปี่” “อาการปวดศีรษะบริเวณขมับหน้าผาก” “ท้ายทอยที่มากผิดปกติ” และ “อาการตาพล่า” ที่มีลักษณะมองเห็นแสงแวบๆ ที่ทำให้ตาพร่ามัว หากมีอาการเหล่านี้เกิดขึ้น คุณแม่ต้องรีบปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจวัดความดันว่ามีความดันสูงหรือมีโปรตีนรั่วในปัสสาวะหรือไม่ เป็นสิ่งที่ต้องระวังให้มาก เพราะอาจทำให้คุณแม่เส้นเลือดในสมองแตก จนร้ายแรงถึงขั้นทำให้คุณแม่และลูกน้อยเสียชีวิตได้ 

  นอกจากคุณแม่จะต้องดูแลตัวเองเป็นพิเศษแล้ว คนรอบข้างอย่างเช่นคุณพ่อ รวมถึงคนในครอบครัวก็ต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตาเพื่อความปลอดภัยของคุณแม่และลูกน้อยในครรภ์ด้วยเช่นกัน

เครดิตภาพ : google.com , pixel.com 

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter