5 ผลกระทบ จากนิสัยชอบจู้จี้จุกจิกกับลูกมากจนเกินไป

ผลกระทบจากนิสัยจู้จี้จุกจิกของพ่อแม่ เข้าใจว่าธรรมชาติของความเป็นพ่อแม่ต้องอยากอบรมสั่งสอนให้ลูกได้ดี ให้ลูกปฏิบัติตัวน่ารักอยู่ในกรอบระเบียบ แต่คุณทราบหรือไม่ว่า การขี้บ่น หรือบงการชีวิตลูกมากจนเกินไป ส่งผลกระทบต่อเด็กมากมาย นอกจากจะทำให้บรรยากาศภายในบ้านเสียเสีย ยังทำให้เด็กไม่มีความสุขในการอยู่บ้านอีกด้วย บางครั้งสิ่งไหนที่ควรปล่อยผ่านได้ ก็ต้องยอมปล่อยผ่านเพื่อให้ลูกได้เป็นตัวของตัวเอง มีความคิดและสามารถตัดสินใจได้ด้วยตัวเอง ถ้าหากคุณก็เป็นอีกคนหนึ่งที่ขี้บ่น ขี้จุกจิก วันนี้เราได้รวบรวมผลกระทบต่อพัฒนาการของลูกมาฝากเพื่อให้คุณได้ตระหนักถึงมากยิ่งขึ้น จะมีอะไรบ้างนั้นไปติดตามกันเลย

1. กระตุ้นให้ลูกเกิดการต่อต้านมากขึ้น

1. กระตุ้นให้ลูกเกิดการต่อต้านมากขึ้น

เมื่อลูกเริ่มโตขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง เขาจะมีความคิดและทัศนคติที่เปลี่ยนไป อยากลองทำอะไรใหม่ๆด้วยตัวเอง กล้าคิดกล้าตัดสินใจมากยิ่งขึ้น และถ้าหากคุณไปจู้จี้จุกจิกเขามากจนเกินไป อาจเนื่องด้วยความหวังดี แต่ เขาจะเกิดอารมณ์ต่อต้าน ไม่ยอมทำตาม นอกจากจะไม่เชื่อในสิ่งที่เราพูดแล้ว คุณยังสร้างความอึดอัดใจให้เขาทางอ้อมอีกด้วย จนอาจส่งผลกระทบทางลบที่ร้ายแรง เช่น กลายเป็นเด็กเก็บกด ทำให้ลูกมีปัญหาทางด้านพฤติกรรมในอนาคตขึ้นได้

2. ทำลายความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน

2. ทำลายความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน

แน่นอนว่า เด็กที่เริ่มโตแล้วเขาอยากจะมีความคิดเป็นของตัวเอง การที่คุณไปบงการชีวิตเขา ทำให้เขาจะเริ่มรู้สึกไม่อยากใช้เวลาร่วมกับพ่อแม่ อยู่แล้วไม่มีความสุข ความคิดไม่ตรงกับ ทำอะไรก็โดนบ่น โดนดุ่ด่าว่ากล่าวไปเสียหมด จนอาจทำให้เขารู้สึกอึดอัดใจและไม่เป็นตัวของตัวเองในที่สุด ซึ่งแน่นอนว่ามันเป็นการทำลายความสุขที่ควรมีร่วมกันและอาจถึงขั้นเป็นสาเหตุที่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับลูกแย่ลงด้วย

3. คำพูดไม่ศักดิ์สิทธิ์

3. คำพูดไม่ศักดิ์สิทธิ์

เป็นอีกหนึ่งข้อเสียถ้าหากคุณจิ๊บๆกับลูกมากจนเกินไปจะทำให้ลูกรู้สึกรำคาญ และเพิกเฉยกับคำพูดของคุณไปในที่สุด ไม่ให้ความสำคัญและไม่ปฏิบัติตาม ความหวังดีของคุณจะกลายเป็นเรื่องน่ารำคาญสำหรับลูก และที่แย่ไปกว่านั้นถ้าหากเขามีปัญหาอะไรในชีวิตเขาจะไม่ยอมเล่าให้คุณฟังและไม่มีความเชื่อใจในตัวคุณ ดังนั้น แนะนำว่าไม่ควรบงการหรือกำหนดกรอบชีวิตของลูกมากจนเกินไป ควรปล่อยให้เขาได้เล่นหรือคิดอย่างอิสระ ว่ากล่าวตักเตือนได้เมื่อยามจำเป็น และจะต้องมีความจริงจังจะทำให้ลูกเชื่อในคำพูดของคุณมากยิ่งขึ้น

4. ทำลายความมั่นใจในตัวลูก

4. ทำลายความมั่นใจในตัวลูก

คุณทราบหรือไม่ว่านิสัยขี้จู้จี้จุกจิกของคุณมีผลต่อความรู้สึกและพฤติกรรมของลูกโดยตรง ดังนั้นก่อนที่จะพูดหรือว่ากล่าวตักเตือนอะไรลูกออกมาจากต้องคำนึงถึงความรู้สึกลูกเป็นหลัก ไม่บ่นเพราะโมโหหรือหงุดหงิดพอจะกลายเป็นทำลายความมั่นใจหรือทำให้ลูกหวาดระแวง และมีนิสัยที่วิตกกังวลมากจนเกินไป จนทำให้เขาไม่กล้าที่จะคิดริเริ่มอะไรใหม่ๆเพราะกลัวที่จะโดนคุณบ่น นี่ถือว่าส่งผลร้ายต่ออนาคตของลูกอย่างมาก 

5. ลูกจะเกิดการเลียนแบบพฤติกรรม

5. ลูกจะเกิดการเลียนแบบพฤติกรรม

อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าเด็กส่วนใหญ่จะเลียนแบบพฤติกรรมของคนรอบตัว ดังนั้นถ้าหากคุณแสดงนิสัยขี้บ่นขี้จุกจิกกับลูกมากจนเกินไปจะทำให้ลูกมีแนวโน้มที่จะซึมซับพฤติกรรมเหล่านั้น และนำไปใช้กับคนอื่น เพราะคิดว่าเป็นสิ่งที่ดีและถูกต้องจนอาจทำให้เกิดผลกระทบต่อสังคมของลูก หรือในขณะเดียวกันลูกอาจจะโต้ตอบกับคุณด้วยคำพูดหรือน้ำเสียงที่ไม่น่ารัก ในรูปแบบเดียวกับที่คุณบ่นหรือดุด่าว่ากล่าวเขานั่นเอง

เป็นอย่างไรกันบ้างสำหรับ ผลกระทบจากนิสัยจู้จี้จุกจิกของพ่อแม่ ที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ จะเห็นได้ว่า คำพูดของพ่อแม่ จะส่งผลต่อพฤติกรรมและอารมณ์ความรู้สึกของลูกโดยตรง จนอาจกลายเป็นการขัดขวางพัฒนาการที่สำคัญของลูก ซึ่งผลกระทบนี้อาจมีผลกับลูกในระยะยาว และอาจส่งผลถึงสังคมของลูกได้อีกด้วย ดังนั้นก่อนที่คุณจะว่ากล่าวตักเตือนลูก จะต้องระมัดระวังคำพูดให้มากที่สุด และพูดอยากมีเหตุผลแต่ทำให้เขารับฟัง และลดการต่อต้านลงได้ อีกทั้งการลดอารมณ์หงุดหงิด ขี้บ่น ยังช่วยสร้างความสุขภายในครอบครัวได้อีกด้วย

Facebook
Twitter