คุณแม่ห้ามพลาด อาการเชื้อราในปากทารก ที่ไม่ควรมองข้าม

เรื่องสุขภาพของลูกนั้นถือเป็นเรื่องที่สำคัญ เป็นอันดับต้นๆเลยก็ว่าได้ โดยเฉพาะในช่องปาก ที่คุณแม่จะต้องดูแลรักษาความสะอาดเป็นพิเศษ ถึงแม้ว่าฟันลูกจะยังไม่ขึ้นก็ตาม คุณแม่จะต้องหมั่นนำผ้าก๊อตชุบน้ำสะอาด เช็คบริเวณลิ้นและเหงือกของลูก เพื่อไม่ให้เกิดฝ้าสีขาวเกิดขึ้น แต่ถ้าหากคุณแม่สังเกตว่าภายในช่องปากของลูกนั้น มีฝ้าสีขาวเกิดขึ้นไม่ว่าจะทำความสะอาดอย่างไรก็ตาม ฝ้านั้นก็ไม่หายไปเสียที อาการเหล่านี้จะต้องรีบพบแพทย์ทันที เพราะฝ้าที่เกิดขึ้นนั้นอาจเป็นเชื้อราในปากของลูกก็ได้ วันนี้เราจะพาไปดูเชื้อราในปากทารกว่ามีอาการและวิธีการสังเกตอย่างไร รวมถึงวิธีการรักษาในเบื้องต้น สำหรับคุณแม่ท่านใดที่สนใจไปติดตามกันได้เลย

คุณแม่ห้ามพลาด อาการเชื้อราในปากทารก ที่ไม่ควรมองข้าม1

ฝ้าสีขาวที่เกิดขึ้นบริเวณลิ้น

ในช่องปากของทารกนั้น เป็นหนึ่งในชนิดของเชื้อราที่ชื่อว่า Candida Albicans ซึ่งโดยปกติแล้วเชื้อราชนิดนี้จะอยู่บริเวณผิวหนังของมนุษย์เช่น คอ ลิ้น ปาก กระพุ้งแก้ม ลำไส้ เป็นต้น โดยปกติแล้วเชื้อรานี้ไม่ก่อให้เกิดอันตราย แต่มีความเสี่ยงที่เชื้อจะแพร่กระจายไปยังส่วนอื่นๆของร่างกายเช่น หัวใจ ไต กระแสเลือด หรือสมองเป็นต้น

คุณแม่ห้ามพลาด อาการเชื้อราในปากทารก ที่ไม่ควรมองข้าม2

เชื้อราในช่องปาก

นี้มีความแข็งแรงและทนทานต่อยารักษาเป็นอย่างมาก ซึ่งจะสังเกตได้ว่าฝ้าสีขาวข้นนั้นมักพบได้บ่อยในวัยทารก และเชื้อราชนิดนี้อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองในช่องปากได้โดยเฉพาะเด็กที่อายุต่ำกว่า 6 เดือน และอาจมีในผู้สูงอายุบางราย

คุณแม่ห้ามพลาด อาการเชื้อราในปากทารก ที่ไม่ควรมองข้าม3

อาการของเชื้อราในปาก

นี้จะแตกต่างกันไปหลากหลายรูปแบบ ซึ่งขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง อาการโดยทั่วไปจะสังเกตได้ว่าจะมีคราบขาวที่บริเวณลิ้น กระพุ้งแก้ม เหงือก ต่อมทอนซิล เพดานปากเป็นต้น โดยการเกิดฝ้าสีขาวในช่องปากนั้นอาจมีแผลร่วมด้วยหรือในบางรายอาจมีเลือดไหลออกมาเล็กน้อย ส่วนใหญ่จะมีอาการร่วมกับปากแห้ง หรือผู้ป่วยจะมีอาการปากแตกรวมด้วย หากเกิดในเด็กทารกจะมีปัญหาในเรื่องของการดูดนม ทำให้เด็กนั้นเกิดอาการหงุดหงิดง่าย ซึ่งอาจจะส่งผลไปถึงคุณแม่ที่ให้นมด้วย โดยคุณแม่อาจติดเชื้อราจากลูกผ่านทางหัวนมได้

คุณแม่ห้ามพลาด อาการเชื้อราในปากทารก ที่ไม่ควรมองข้าม4

การรักษาเชื้อราในช่องปาก

ของเด็กทารกนั้นหากคุณแม่พบว่ามีฝ้าสีขาวเป็นแผ่นหนาจนทำให้ลูกรู้สึกเจ็บ หรือร้องไห้งอแงตลอดเวลา รวมถึงพฤติกรรมการดูดนมนั้นน้อยลง จนทำให้น้ำหนักลด คุณแม่ลองให้ลูกดูดน้ำต้มสุก หรือใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำอุ่นเช็ดทำความสะอาดบริเวณฝ้าเหล่านั้นเบาๆ หากฟ้านั้นไม่ได้เกาะแน่นก็อาจจะหลุดหายไปได้ ซึ่งไม่ส่งผลอันตรายต่อเด็กทารก แต่หากทำเบื้องต้นแล้วยังไม่หายต้องรีบพบแพทย์ทันที

คุณแม่ห้ามพลาด อาการเชื้อราในปากทารก ที่ไม่ควรมองข้าม6

วิธีป้องกันเชื้อราในปากลูก

คุณแม่ต้องหมั่นทำความสะอาดช่องปาก โดยเฉพาะบริเวณลิ้น โดยทั่วไปแล้วเชื้อราในช่องปากจะพบได้บ่อยในเด็กทารกดังนั้นคุณแม่จึงต้องทำความสะอาดขวดนมและจุกนมให้ดีหลังจากที่ล้างทำความสะอาดแล้วจะต้องนึ่งฆ่าเชื้อหรือทำความสะอาดด้วยน้ำร้อนเพื่อเป็นการป้องกันการเกิดเชื้อรานั่นเอง นอกจากนี้การแปรงฟันแปรงลิ้น และแปรงเหงือก ควรทำอย่างน้อยวันละ 2 ครั้งและหมั่นทำความสะอาดมือลูกอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันการเกิดเชื้อโรคและการสะสมของแบคทีเรียนั่นเอง

คุณแม่ห้ามพลาด อาการเชื้อราในปากทารก ที่ไม่ควรมองข้าม7

อาการแทรกซ้อนเมื่อเกิดเชื้อราในปากของลูก

ถ้าเป็นเด็กทั่วไปอาจจะไม่ทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนใดๆ แต่หากเป็นเด็กที่มีโรคประจำตัวเช่นภูมิคุ้มกันบกพร่อง เชื้อราเหล่านี้สามารถเข้าสู่กระแสเลือดและนำไปสู่โรคอื่นๆได้ ซึ่งเชื้อราเหล่านี้สามารถควบคุมได้ด้วยการใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นเช็ดเบาๆหลังลูกดื่มนม ฝ้าเหล่านั้นก็จะไม่เกิดการสะสมจนเกิดเป็นเชื้อราขึ้นได้นั่นเอง

จะเห็นได้ว่าเชื้อราในปากของเด็กทารกนั้นไม่ได้ส่งผลรุนแรงหรืออันตรายมากมาย แต่ก็ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้หรือละเลยนานเพราะอาจทำให้เกิดโรคแทรกซ้อนอื่นๆตามมาได้ ดังนั้นคุณแม่จึงควรดูแลและทำความสะอาดช่องปากลูกอยู่เสมอโดยเฉพาะหลังจากที่ลูกดื่มนมแล้วควรใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นเช็ดทำความสะอาดลิ้นเพื่อป้องกันการเกิดฝ้าสีขาวขึ้นมาได้นั่นเอง babyplaypark

เครดิต : เว็บสล็อต

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter