คุณแม่ตั้งครรภ์ ต้องรับมืออย่างไร หากเป็น “ ไข้หวัด ” !

คุณแม่ตั้งครรภ์ ต้องรับมืออย่างไร หากเป็น “ ไข้หวัด ” ! 

  เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย การเป็น ไข้หวัด ย่อมเป็นเรื่องปกติ สำหรับคนพักผ่อนน้อย แต่สำหรับแม่ตั้งครรภ์แล้ว ควรต้องระมัดระวังดูแลตัวเองเป็นพิเศษ สิ่งที่น่าเป็นห่วงอยู่ในขณะนี้ คือการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา ( โควิด-19 ) ดังนั้นคุณแม่ต้องหันมาดูแลตัวเองให้ดี หากไม่อยากให้มีผลกระทบกระเทือนต่อลูกน้อยในครรภ์ วันนี้เราจึงมีวิธีดูแลตัวเองของคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์มาฝาก 

คุณแม่ตั้งครรภ์ ต้องรับมืออย่างไร หากเป็น “ ไข้หวัด ” !  1

   อาการป่วยนี่ไม่ได้หมายถึงอาการแพ้ท้อง หรือการเป็นตะคริว แต่การป่วยนี้หมายถึงการมีไข้ ตัวร้อน หรือไข้หวัด ปกติการเป็นไข้หวัด จะทำให้คุณแม่เหนื่อยล้า แต่ไม่ได้มีผลโดยตรงกับลูกน้อยในครรภ์ การกินยาบางชนิดในขณะที่คุณแม่กำลังตั้งครรภ์ มีผลต่อการเจริญเติบโตของลูกน้อยในครรภ์ ดังนั้นก่อนที่คุณแม่ตั้งครรภ์จะทานยา คุณแม่ควรปรึกษาแพทย์ให้ดีเสียก่อน ว่ายานั้นสามารถรับประทานได้หรือไม่ ห้ามซื้อยามาทานเองโดยเด็ดขาด

    การเป็นไข้หวัด ธรรมดานั้น ไม่ได้มีผลกระทบต่อลูกน้อยในครรภ์โดยตรง เนื่องจากการติดเชื้อที่ระบบหายใจส่วนบน ไม่ส่งผลกับความพิการของทารกในครรภ์  แต่อาจทำให้ลูกได้รับผลกระทบทางอ้อม แต่หากคุณเป็นไข้หวัด แล้วไม่ได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกต้อง จนถึงขั้นป่วยหนักจะทำให้ลูกน้อยในครรภ์ได้รับผลกระทบจากการติดเชื้อแบบเต็มๆ  เช่นหากคุณแม่มีอาการจามร่วมไปด้วย จะทำให้มดลูกบีบตัวซึ่งเสี่ยต่อการแท้งได้

   การเป็นไข้หวัดใหญ่ คุณแม่ที่มีอาการไข้สูงถึงขั้นเกิดการอาเจียน เบื่ออาหาร หรือกินอะไรไม่ได้ ซึ่งสิ่งนี้ทำให้มีผลต่อลูกน้อยในครรภ์โดยตรง เพราะลูกน้อยจะไม่ได้รับสารอาหารอย่างเต็มที่ ส่งผลต่อพัฒนาการของทารกน้อย และในระยะยาวอาจเกิดปัญหาให้ลูกน้อยในครรภ์เจริญเติบโตช้า หากคุณแม่รู้ตัวว่าเริ่มมีอาการเป็น ไข้หวัด ก็ควรที่จะรีบรักษาตัวเองเพื่อให้ร่างกายหายดี และเป็นปกติโดยเร็วที่สุดภายในหนึ่งสัปดาห์ แต่หากคุณแม่รู้ตัวว่ามีไข้ขึ้นสูง หรือไม่ไหวต้องรีบไปพบแพทย์เพื่อให้แพทย์วินิจฉัยทันที

  การดูแลตัวเองไม่ให้เป็น “ ไข้หวัด ” อันดับแรกเลยคือควรทานอาหารตามปกติ หากรู้สึกเบื่ออาหารให้เสริมด้วยวิตามินซี หรือน้ำผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว เพราะวิตามินซีจะช่วยบรรเทาอาการหวัดได้ 

 ในกรณีที่มีไข้ต่ำๆ ควรลดไข้โดยเริ่มจากวิธีธรรมชาติ อย่างเช่น นอนพักผ่อนเยอะๆ เช็ดตัว ดื่มน้ำบ่อยๆ แต่หากไม่ไหว อ่อนแรง และมีไข้ขึ้นสูงถึง 38 องศาเซลเซียส จะต้องรีบไปพบแพทย์ทันที ถ้าปล่อยไว้โดยเด็ดขาด เพราะอาจทำให้คุณแม่อาจจะช็อคได้

   คุณแม่พยายามอย่าเข้าไปในที่ชุมชนแออัด หากเป็นไปได้คุณแม่พยายามอย่าไปตามสถานที่แออัด เช่น ห้างสรรพสินค้าโรงหนัง หรือพื้นที่ที่มีผู้คนเบียดเสียด เพราะพื้นที่มีคนเยอะนั้น จะทำให้คุณแม่ สามารถติดเชื้อไวรัสไข้หวัด หรือแบคทีเรียต่างๆได้ โดยการไอ จาม ของคนหมู่มาก ที่อาจถ่ายทอดมาสู่คุณแม่ได้

   หากคุณแม่มีอาการคัดจมูก ให้คุณแม่นอนยกศีรษะสูงขึ้นเล็กน้อย เพื่อจะได้หายใจสะดวก สามารถใช้น้ำมันหอมระเหยได้ หรือนำหัวหอมทุบมาวางไว้ข้างๆ หมอนก็ได้

  หากเป็นไข้หวัด นานเกิน 5 วัน คุณแม่จำเป็นที่จะต้องไปพบแพทย์เพื่อได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง และนอกจากนี้คุณแม่ควรดื่มน้ำอุ่นให้มากๆ ในการดื่มน้ำนั้น ในหนึ่งวันคุณแม่ควรดื่มไม่น้อยกว่าวันละ 8 แก้ว หากมีอาการแสบคอหรือเจ็บคอให้คุณแม่ดื่มน้ำมะนาวร้อนผสมกับน้ำอุ่นได้ตลอดทั้งวัน เพื่อบรรเทาอาการเจ็บคอ และให้ล้างคอด้วยน้ำเกลือ สามารถใช้น้ำเกลือกลั้วปากได้ คุณแม่ต้องนอนพักผ่อนให้เพียงพอและทานอาหารที่มีสารอาหาร และให้พลังงานอย่างครบถ้วน 

คุณแม่ตั้งครรภ์ ต้องรับมืออย่างไร หากเป็น “ ไข้หวัด ” ! 2

  การทานยาแก้ปวดลดไข้ สามารถใช้ “ ยาพาราเซตามอล ” ได้ แต่ห้ามกินยาแก้ปวด ที่เป็นแอสไพริณ รวมทั้งยาแก้ปวดศีรษะไมเกรน และยาแก้อักเสบ เพราะอาจเสี่ยงทำให้เกิดภาวะแท้งคุกคามได้ หากมีผู้ป่วยภายในบ้านให้คุณแม่ต้องระวังตัวเองให้มากเป็นพิเศษ โดยการใส่หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันเชื้อโรคต่างๆ รวมทั้งคุณแม่ต้องพยายามล้างมือบ่อยๆ เลี่ยงการรับประทานอาหารร่วมกับผู้ป่วย หรือทุกครั้งที่ต้องทานอาหารร่วมกับผู้อื่น ควรใช้ช้อนกลางทุกครั้ง จะเป็นการดีที่สุด 

   คุณแม่ตั้งครรภ์สามารถไปฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ได้แต่ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน ปกติแล้วสามารถฉีดได้ระหว่างตั้งครรภ์ และไม่มีผลอันตรายกับลูกน้อยในครรภ์ การตั้งครรภ์นั้นเป็นช่วงเวลาที่ภูมิต้านทานในร่างกายคุณแม่จะลดลง ดังนั้นจึงมีโอกาสที่จะติดเชื้อ หรือเจ็บป่วยได้ง่ายกว่าปกติ จึงจำเป็นที่คุณแม่ต้องระวัง และดูแลตัวเองให้แข็งแรงมากที่สุด

คุณแม่ตั้งครรภ์ ต้องรับมืออย่างไร หากเป็น “ ไข้หวัด ” !

Taxx 13/1/64 แม่และเด็ก  https://www.sanook.com/women/9210/ 

Facebook
Twitter