“ครรภ์เป็นพิษ” คืออะไร ? อันตรายอย่างไร ? คือสิ่งที่คุณแม่ต้องรู้ !

“ครรภ์เป็นพิษ” คืออะไร ? อันตรายอย่างไร ? คือสิ่งที่คุณแม่ต้องรู้ !

  เชื่อว่าคงไม่มีคุณแม่ตั้งครรภ์ท่านไหนที่อยากจะพบเจอ “ภาวะครรภ์เป็นพิษ” เพราะคุณแม่ทุกท่านย่อมดูแลร่างกายของตัวเองแล้วเป็นอย่างดี โดยระมัดระวังที่สุด วันนี้จะมาบอกถึงสาเหตุ และวิธีป้องกันอาการครรภ์เป็นพิษว่าคืออะไรอันตรายอย่างไร เป็นสิ่งสำคัญที่คุณแม่และคนรอบข้างจำเป็นจะต้องทราบ

  “อาการคันเป็นพิษ” มีความรุนแรงของโรคในหลายระดับ เริ่มจากระดับแรกคือ ครรภ์เป็นพิษระดับที่ไม่รุนแรง ซึ่งคุณแม่ตั้งครรภ์จะมีความดันโลหิตสูงกว่า 140 / 90 มิลลิเมตรปรอท แต่ไม่เกิน 160 / 110 มิลลิลิตรปรอท ที่ยังไม่พบภาวะแทรกซ้อนต่างๆ

อาการ “ครรภ์เป็นพิษระดับรุนแรง”

   อาการ “ครรภ์เป็นพิษระดับรุนแรง” ซึ่งคุณแม่ตั้งครรภ์จะมีความดันโลหิตสูงกว่า 160 / 110 มิลลิเมตรปรอท แต่จะตรวจพบความผิดปกติของอวัยวะต่างๆ ได้แก่ เกร็ดเลือดต่ำ เม็ดเลือดแดงแตก รวมถึงตับอักเสบ และไตทำงานลดลง ซึ่งเป็นความอันตรายอย่างรุนแรง 

  อาการ “ครรภ์เป็นพิษระดับรุนแรงและมีภาวะชัก” คุณแม่จะมีภาวะความดันโลหิตสูงมากผิดปกติ จนถึงขั้นชัก เกร็งและหมดสติ ซึ่งอาจทำให้เลือดออกในสมอง หากอยู่ในระยะนี้ต้องรักษาโดยเร็วที่สุด โดยนำตัวคุณแม่ส่งโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด เพราะอาจทำให้คุณแม่และลูกน้อยในครรภ์เสียชีวิตได้

  สัญญาณอันตราย “เตือนอาการครรภ์เป็นพิษ”

  สัญญาณอันตราย “เตือนอาการครรภ์เป็นพิษ” คือความผิดปกติของร่างกายได้แก่ มีอาการบวมโดยเฉพาะที่บริเวณ หน้า มือ และเท้า มีน้ำหนักที่เพิ่มเร็วขึ้นผิดปกติ ซึ่งโดยปกติแล้วคุณแม่ตั้งครรภ์มีน้ำหนักเพิ่มเพียงเดือนละ 1.5 – 2 กิโลกรัม

มีอาการปวดศีรษะมากจนผิดปกติ

  สัญญาณอันตรายนี้ รวมถึง มีอาการปวดศีรษะมากจนผิดปกติทานยาแล้วก็ไม่ดีขึ้น มีความดันสูงผิดปกติ และ มีการตรวจพบโปรตีนในปัสสาวะ มีสายตาพล่ามัว ปวดจุกเสียดแน่นบริเวณใต้ลิ้นปี่ ชายโครงขวา และที่แย่ไปกว่านั้นคืออาการดิ้นของลูกน้อยในครรภ์ลดน้อยลง หากมีสัญญาณอันตรายเหล่านี้เกิดขึ้น ต้องรีบนำตัวคุณแม่ส่งโรงพยาบาลโดยด่วน 

วิธีป้องกันครรภ์เป็นพิษ

  วิธีป้องกันครรภ์เป็นพิษ สามารถป้องกันได้โดยการไปตรวจครรภ์ตามที่แพทย์นัดอย่างเคร่งครัด และสม่ำเสมอ เพราะหากเกิดความผิดปกติ แพทย์จะได้รักษาทันเวลา แพทย์อาจมีการให้ยาแอสไพรินเพื่อละลายลิ่มเลือด แต่ต้องหยุดยาก่อนคลอด 1 สัปดาห์ เพื่อป้องกันไม่ให้เลือดแข็งตัวในระหว่างคลอด และทางที่ดีที่สุดคือ คุณแม่ควรสังเกตอาการของตัวเอง ว่ามีน้ำหนักเพิ่มขึ้นเร็วผิดปกติหรือไม่ มีอาการบวมผิดปกติหรือไม่

  ผู้ที่มีความ “เสี่ยงครรภ์เป็นพิษ”

   ผู้ที่มีความ “เสี่ยงครรภ์เป็นพิษ” มีหลายปัจจัยด้วยกัน ได้แก่บุคคลเหล่านี้ ผู้ที่มีบุตรยาก ผู้ที่ตั้งครรภ์มากกว่า 1 คน ผู้ที่ตั้งครรภ์แฝด ผู้ที่ตั้งครรภ์ครั้งแรก ผู้ที่มีโรคประจำตัว อย่างเช่นโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคไทรอยด์ และโรคแพ้ภูมิตัวเอง รวมทั้ง ผู้ที่มีโรคอ้วน เส้นเลือดไม่ค่อยดี มีโอกาสเส้นเลือดตีบได้ง่าย 

การรักษาครรภ์เป็นพิษ

  การรักษาครรภ์เป็นพิษ สามารถทำได้โดยการผ่าคลอด ซึ่งแพทย์จะพิจารณาจากอายุครรภ์ หากครรภ์มีอายุที่น้อยเกินไปแพทย์อาจให้ยากระตุ้นปอด เพื่อพิจารณาว่าสามารถประคับประคองให้อยู่ในครรภ์แม่ได้นานที่สุดกี่วัน หลังผ่าคลอดแล้ว ทารกจะต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ โดยหน่วยทารกแรกเกิดวิกฤติ จนกว่าสุขภาพทารกจะแข็งแรงเป็นปกติ 

คุณแม่หลังคลอดภายใน 24 ชั่วโมง

  ในส่วนของคุณแม่หลังคลอดภายใน 24 ชั่วโมงนั้น มีโอกาสที่จะเกิดภาวะความดันโลหิตสูง ซึ่งอาจชักได้ ดังนั้นแพทย์จึงต้องให้การดูแลเป็นพิเศษอย่างใกล้ชิด แต่ส่วนใหญ่ร่างกายของคุณแม่จะกลับมาเป็นปกติภายใน 2 สัปดาห์ แต่หากอาการยังไม่ดีขึ้น ควรตรวจเช็คกับแพทย์เฉพาะทาง และรักษาโดยละเอียดต่อไปจนกว่าจะหายเป็นปกติ

  ภาวะแทรกซ้อนจากครรภ์เป็นพิษ เกิดขึ้นได้ตามความรุนแรงต่างๆ ได้แก่ ภาวะแทรกซ้อนของคุณแม่ได้แก่ เกร็ดเลือดต่ำ ไตวายเฉียบพลัน ตับอักเสบ น้ำท่วมปอด หากรุนแรงมากก็มีโอกาสเสียชีวิตได้ ภาวะแทรกซ้อนของลูก ได้แก่ รกลอกตัวก่อนกำหนด ตัวเล็ก และโตช้า แต่หากรุนแรงมากก็มีโอกาสเสียชีวิตในครรภ์ของแม่ได้เช่นกัน

คุณแม่ควรรักษาสุขภาพร่างกายของตัวเอง

   ดังนั้นทางที่ดี คุณแม่ควรรักษาสุขภาพร่างกายของตัวเองให้แข็งแรง และหมั่นตรวจเช็คความผิดปกติที่เกิดขึ้นอยู่เสมอโดยปรึกษาแพทย์ และพบแพทย์ตามนัดทุกครั้งอย่างสม่ำเสมอ เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณ และลูกน้อยในครรภ์

   หวังว่าคงเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านและหวังว่าคุณคงถูกใจกับบทความ “ครรภ์เป็นพิษ” คืออะไร ? อันตรายอย่างไร ? คือสิ่งที่คุณแม่ต้องรู้ !  อันนี้ 

เครดิตภาพ : bangkokhospital.com , google.com 

https://www.bangkokhospital.com/content/preeclampsia-pregnant-woman-must-be-careful
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter